|
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุข อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุข อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน |
| Creator | วรรณนิภา สีรัง |
| Contributor | ลภัสรดา หนุ่มคำ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ภาวะสุขภาพ, บุคลากรสาธารณสุข, พฤติกรรมสุขภาพ, โมเดลเชิงนิเวศวิทยา, Health status, Public health staff, Health behavior, Ecological model |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยประยุกต์ใช้โมเดลเชิงนิเวศวิทยา (Ecological Model) กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรสาธารณสุขอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน จำนวน 186 ราย ศึกษาในช่วงเดือน มีนาคม 2562 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธแบบสเปยรแมน (Spearman rank correlation coefficient)ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 46.54 ±7.43 ปี ดัชนีมวลกายอยู่ในช่วงปกติ ร้อยละ 50 มีสถานภาพสมรสคู่ ระดับการศึกษาปริญญาตรี ลักษณะงานส่วนใหญ่เป็นพยาบาลวิชาชีพ ตำแหน่งงานข้าราชการระดับชำนาญการ จำนวนชั่วโมงการปฏิบัติงานต่อวัน 8 ชั่วโมง รายได้ต่อเดือน 40,001 – 50,000 บาท กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้อยู่ในระดับสูง ระดับทัศนคติเกี่ยวกับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพอยู่ในระดับสูง ระดับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง พฤติกรรมการรับประทานอาหารอยู่ในระดับปานกลาง พฤติกรรมการออกกำลังกายอยู่ในระดับต่ำ ระดับปัจจัยระหว่างบุคคลอยู่ในระดับสูง ระดับปัจจัยระดับองค์กรอยู่ในระดับสูง ระดับปัจจัยระดับชุมชนอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนภาวะสุขภาพ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพอยู่กลุ่มเสี่ยงปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 45.2 รองลงมาคือกลุ่มปกติ ร้อยละ 31.2 เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพ พบว่า อายุ ดัชนีมวลกาย พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกาย มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) ส่วนปัจจัยระหว่างบุคคล ปัจจัยระดับองค์กร และปัจจัยระดับชุมชนไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05จากผลการวิจัยครั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขควรสร้างความตระหนักและค่านิยมบุคลากรสาธารณสุขให้มีพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ดีขึ้น ในการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงจัดโครงการรณรงค์ลดดัชนีมวลกายในบุคลากรสาธารณสุข |