|
ความชุกของภาวะแทรกซ้อนที่ตับประเมินด้วยวิธีแบบไม่รุกรานในผู้ติดเชื้อร่วมไวรัสตับอักเสบซีและเอชไอวีในสถาบันบำราศนราดูร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความชุกของภาวะแทรกซ้อนที่ตับประเมินด้วยวิธีแบบไม่รุกรานในผู้ติดเชื้อร่วมไวรัสตับอักเสบซีและเอชไอวีในสถาบันบำราศนราดูร |
| Creator | สมคิด ศรีโสภา |
| Contributor | จรีภรณ์ เอกวัฒน์ชัย, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | ไวรัสตับอักเสบซี, ไวรัสเอชไอวี, ค่าเอ็นไซม์ตับสูง, ภาวะพังผืดในตับ, Fibrosis-4 (FIB-4) score, Aspartate aminotransferase-to-platelet ratio index (APRI), Hepatitis C Virus, Human immunodefiency virus, Transaminitis, Liver fibrosis |
| Abstract | การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีจัดเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคตับเรื้อรัง จึงควรมีการติดตามภาวะแทรกซ้อนที่ตับในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลความชุกของโรคตับเรื้อรังและปัจจัยทางคลินิกที่มีความเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยข้อมูลยังคงมีน้อย ผู้วิจัยจึงศึกษาความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตับ ในผู้ป่วยเอชไอวีที่ติดเชื้อร่วมกับไวรัสตับอักเสบซี ที่เข้ารักษาในสถาบันบำราศนราดูร โดยประเมินความผิดปกติที่ตับด้วยวิธีแบบไม่รุกรานโดยใช้ตัวบ่งชี้คือ ภาวะค่าเอนไซม์ตับสูง และภาวะพังผืดที่ตับอย่างมีนัยสำคัญ ที่ประเมินจากค่า Fibrosis-4 score (FIB-4) และค่า aspartate aminotransferase to platelet ratio index (APRI) การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางในกลุ่มผู้ป่วยจำนวน 105 ราย ที่เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือนธันวาคม 2560 เป็นเพศชายถึงร้อยละ 90.5 มีค่ามัธยฐานอายุเท่ากับ 46 (27-67) ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีถึงร้อยละ 99 มีค่าเฉลี่ยของระดับเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดซีดีสี่ เท่ากับ 566 (±2.66) cells/ul ในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี พบสายพันธุ์ 1, 3 และ 6 คิดเป็นร้อย-ละ 38.1, 25.7 และ 5.7 ตามลำดับ โดยพบผู้ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสตับอักเสบซีแล้วร้อยละ 43 ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอัตราการเกิดภาวะค่าเอนไซม์ตับสูงถึงร้อยละ 71.4 และพบภาวะพังผืดอย่างมีนัยสำคัญเมื่อประเมินโดยค่า FIB-4 ≥ 1.45 และค่า APRI ≥ 0.5 ถึงร้อยละ 53 และร้อยละ 64 ตามลำดับ ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับปัจจัยทางคลินิกโดยสถิติไคสแควร์ และสถิติถดถอยลอ- จิสติก พบว่าการไม่รักษาไวรัสตับอักเสบซี เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการมีค่า APRI ≥ 0.5 (OR 5.4, 95% CI 1.7-16.3, p = 0.003) นอกจากนี้ ยังพบว่าช่วงอายุที่มากกว่า 50 ปี การมีระดับเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดซีดีสี่ < 350 cells/ul และค่าไขมันในเลือด ชนิด Low-density lipoprotein ≤ 130 mg/dl ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่ตับในผู้ป่วยกลุ่มนี้เช่นกัน ผลการศึกษาในครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อไป |