การเปิดรับข่าวสารและทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ตของพนักงานบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน): ธุรกิจรถไฟฟ้า
รหัสดีโอไอ
Title การเปิดรับข่าวสารและทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ตของพนักงานบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน): ธุรกิจรถไฟฟ้า
Creator สุวิชา อะโข
Contributor พรทิพย์ สัมปัตตะวนิช, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword การเปิดรับข่าวสาร, ทัศนคติ, การสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ต, Exposure, Attitudes, Intranet communication
Abstract การศึกษาเรื่อง “การเปิดรับข่าวสารและทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ตของพนักงานบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน): ธุรกิจรถไฟฟ้า” มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการศึกษา คือ เพื่อศึกษาถึงการเปิดรับข่าวสารผ่านระบบอินทราเน็ตของพนักงานบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน): ธุรกิจรถไฟฟ้า ศึกษาถึงทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ตของพนักงานบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน): ธุรกิจรถไฟฟ้า เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างลักษณะทางประชากรและการเปิดรับข่าวสารผ่านระบบอินทราเน็ตของพนักงานบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจรถไฟฟ้า รวมไปถึงเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารและทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ตของพนักงานบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจรถไฟฟ้าการศึกษาในครั้งนี้ เป็นการศึกษาโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) แบบเก็บข้อมูลครั้งเดียว (Cross-Sectional Study) ประชากรที่นำมาใช้ในการศึกษา คือ พนักงานบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ปฏิบัติงานที่สำนักงานและพนักงานปฏิบัติงานที่สถานี รวมไปถึงศูนย์ซ่อมบำรุง ในที่นี้ไม่นับรวม พนักงานขับรถ พนักงานส่งเอกสาร แม่บ้าน และช่างเทคนิค ทั้งโครงการรถไฟฟ้าสาย สีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยศึกษาตั้งแต่ระดับผู้จัดการส่วน ผู้จัดการ ผู้จัดการแผนก ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ โดยมีประชากรทั้งสิ้น 1,961 คน ซึ่งเป็นข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 คน ในการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) ประเภทปลายปิดและปลายเปิด โดยให้ผู้ที่ตอบแบบสอบถามกรอกแบบสอบถามด้วยตนเอง (Self-Administered Questionnaire) เครื่องมือที่ใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation, S.D.) การทดสอบที (t-test) การทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) การเปรียบเทียบพหุคูณ (Multiple Comparisons) โดยใช้การทดสอบของ LSD Test กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Production Moment Correlation Coefficient, r) กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.01ผลการศึกษาลักษณะทางประชากร พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20 ปี – 30 ปี มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ตำแหน่งอยู่ในระดับเจ้าหน้าที่/พนักงาน หน่วยงานที่สังกัดคืองานปฏิบัติการ และมีอายุงานที่ปฏิบัติ น้อยกว่า 4 ปี ผลการศึกษาการเปิดรับข่าวสาร พบว่า โดยรวมกลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับข่าวสารผ่านระบบอินทราเน็ตในระดับ มาก ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างที่มีการเปิดรับข่าวสารผ่านระบบอินทราเน็ตในทุกประเด็นอยู่ในระดับมาก โดยกลุ่มตัวอย่างมีความถี่ในการเปิดรับข่าวสารประเภท “สิทธิประโยชน์/สวัสดิการพนักงาน” “ข่าวสารกิจกรรมภายในและภายนอกของบริษัทฯ” “ความรู้ทั่วไป (ด้านอาชีวอนามัย, ด้านข่าวสารการเดินรถ, ด้านสุขภาพ, ด้านเทคโนโลยี, ด้านการใช้งาน Microsoft Office และ Knowledge Sharing)” “นโยบาย/กฎระเบียบข้อบังคับ” คิดเป็น และ “หลักสูตรการฝึกอบรม” ตามลำดับผลการศึกษาทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ต เมื่อพิจารณาตามรายด้าน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ต ในด้านระบบอินทราเน็ต ด้านเนื้อหา และด้านรูปแบบอยู่ในระดับดี ตามลำดับเมื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ในการเปิดรับข่าวสารและทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ต พบว่า ความถี่ในการเปิดรับข่าวสารมีความสัมพันธ์กับทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านระบบอินทราเน็ตในด้านเนื้อหา รูปแบบและระบบอินทราเน็ต ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ทางบวก ทั้งนี้ขนาดความสัมพันธ์ด้านเนื้อหาและระบบอินทราเน็ตอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนขนาดความสัมพันธ์ของรูปแบบอยู่ในระดับต่ำ
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ