|
การศึกษาการบริหารจัดการองค์การในภาครัฐของไทยสู่การเป็นองค์การสุขภาพดี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาการบริหารจัดการองค์การในภาครัฐของไทยสู่การเป็นองค์การสุขภาพดี |
| Creator | จุลัยวรรณ ด้วงโคตะ |
| Contributor | อัมพร ธำรงลักษณ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | การบริหารจัดการองค์การ, องค์การสุขภาพดี, Organization management, Healthy organization |
| Abstract | การศึกษาเรื่อง “การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการองค์การทั้งในภาครัฐของไทยสู่การเป็นองค์การสุขภาพดี” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด กระบวนการ และขั้นตอนการบริหารจัดการองค์การในองค์การสุขภาพดี (Healthy Workplace) ของหน่วยงานต้นแบบภาครัฐของไทย เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งเสริมการบริหารจัดการองค์การในองค์การสุขภาพดี (Healthy Workplace) จากหน่วยงานต้นแบบภาครัฐของไทย เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการองค์การในองค์การสุขภาพดี (Healthy Workplace) จากหน่วยงานต้นแบบภาครัฐของไทย และเพื่อเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการองค์การที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมองค์การภาครัฐในไทยให้กลายเป็นองค์การสุขภาพดี (Healthy Workplace) โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยแบบผสม คือ การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรในหน่วยงานกลุ่มตัวอย่างจำนวน 23 คน และการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้ การเก็บแบบสอบถามจากหน่วยงานกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 ชุด ผลการวิจัย มีรายละเอียดดังนี้ การศึกษาระดับความสุขในการทำงานของบุคลากร พบว่า อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 41.75 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด การศึกษาด้านกระบวนการและขั้นตอนการบริหารจัดการองค์การสุขภาพดีขององค์การภาครัฐ พบว่า หน่วยงานต้นแบบมีการดำเนินกิจกรรมสร้างสุขอยู่ในระดับมาก มีระดับคะแนนเฉลี่ย 3.56 สำหรับกระบวนการบริหารจัดการสู่การเป็นองค์การสุขภาพดี ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การให้ความสำคัญของผู้บริหารต่อการสร้างองค์การสุขภาพดีหรือดูแลบุคลากร 2) การสำรวจ สภาพปัจจุบัน ปัญหา ความจำเป็นความต้องการของบุคลากรในองค์การ และการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา 3) การวางแผนการดำเนินงาน 4) การดำเนินกิจกรรม 5) การประเมินผลการดำเนินงานและการจัดทำรายงาน และ 6) การปรับปรุงพัฒนาและความต่อเนื่องในการดำเนินกิจกรรม การศึกษาด้านปัจจัยที่ส่งเสริมการบริหารจัดการองค์การในองค์การสุขภาพดีของภาครัฐ พบว่า จากการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงานต้นแบบมีการสนับสนุนปัจจัยอยู่ในระดับมาก มีคะแนนเฉลี่ย 3.64 โดยปัจจัยส่งเสริมความสำเร็จในการดำเนินกิจกรรมสร้างสุข ประกอบด้วย 8 ด้าน ได้แก่ 1) ผู้บริหาร 2) ผู้รับผิดชอบโครงการ 3) ความรู้เรื่ององค์การแห่งความสุขหรือองค์การสุขภาพดี 4) งบประมาณสนับสนุนและการให้การตอบแทนแก่บุคลากร 5) การกำหนดเป็นนโยบายและการวางแผน 6) การให้ความร่วมมือของบุคลากรกลุ่มเป้าหมาย 7) วัฒนธรรมองค์การ และ 8) การประเมินองค์การและความต่อเนื่องของการดำเนินการสร้างสุข การศึกษาด้านปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการองค์การในองค์การสุขภาพดีของภาครัฐ พบว่า จากการดำเนินกิจกรรมสร้างสุขของหน่วยงานต้นแบบมีปัญหาและอุปสรรคอยู่ในระดับน้อย มีคะแนนเฉลี่ย 2.09 โดยในแต่ละด้านที่พบเป็นด้านเดียวกับปัจจัยส่งเสริม ซึ่งถ้าหากปัจจัยส่งเสริมไม่เพียงพอหรือมีน้อยจะกลายเป็นปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการ การศึกษาด้านผลการดำเนินการบริหารจัดการองค์การสู่การเป็นองค์การสุขภาพดี พบว่า ผลการดำเนินการบริหารจัดการองค์การสู่องค์การสุขภาพดีของหน่วยงานต้นแบบอยู่ในระดับดีมาก มีคะแนนเฉลี่ย 3.63 หรือคิดเป็นร้อยละ 72.6 โดยผลลัพธ์จะแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ ผลลัพธ์ต่อตัวบุคลากรและผลลัพธ์ต่อองค์การ สำหรับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตาม พบว่า กระบวนการและกิจกรรมสร้างสุข และปัจจัยที่ส่งเสริมการสร้างสุขในองค์การ มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูงกับผลลัพธ์ของการสร้างสุขในองค์การ สำหรับปัญหาอุปสรรคที่ขัดขวางการสร้างสุขในองค์การมีความสัมพันธ์ทางลบระดับปานกลางกับผลลัพธ์ของการสร้างสุขในองค์การ การศึกษานี้มีข้อเสนอแนะ คือ 1) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ควรมีนโยบายที่ชัดเจนในระดับหน่วยงาน กำหนดแผนงานในแต่ละหน่วยงาน มีโครงสร้างหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ และควรมีการดำเนินอย่างต่อเนื่อง 2) ข้อเสนอแนะเชิงการบริหารจัดการสู่การเป็นองค์สุขภาพดี ควรเริ่มจากผู้บริหารเอาใจใส่และการให้ความสำคัญกับแนวคิดการสร้างองค์การสุขภาพดี แต่งตั้งผู้ขับเคลื่อนกิจกรรม จัดสรรงบประมาณ สร้างความเข้าใจร่วมกัน สร้างการมีส่วนร่วม สร้างวัฒนธรรมองค์การที่เป็นกันเอง วางแผนและดำเนินกิจกรรม ตลอดจนประเมินผลการดำเนินกิจกรรม เพื่อนำมาพัฒนาการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 3) ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการองค์การด้านองค์การสุขภาพดีระหว่างหน่วยงานต้นแบบกับหน่วยงานปกติ ควรศึกษาเพื่อถอดบทเรียนตัวบุคคลที่มีความสุขในการทำงาน และศึกษาบุคลากรที่ย้ายงานหน่วยงาน เพื่อทราบถึงความแตกต่างในการสร้างสุขแต่ละองค์การ |