การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดนแบบบูรณาการ: กรณีศึกษา การบริหารจัดการอุทกภัยข้ามพรมแดนแบบบูรณาการในลุ่มน้ำกก ในช่วงปี พ.ศ. 2544-ปัจจุบัน (2559)
รหัสดีโอไอ
Title การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดนแบบบูรณาการ: กรณีศึกษา การบริหารจัดการอุทกภัยข้ามพรมแดนแบบบูรณาการในลุ่มน้ำกก ในช่วงปี พ.ศ. 2544-ปัจจุบัน (2559)
Creator อริญชย์วิชญ์ แสงนักธรรม
Contributor ศิริพร วัชชวัลคุ, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword ทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดน, การบริหารจัดการอุทกภัย, การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ, ความเป็นหุ้นส่วน, Transboundary water resources, Flood management, Integrated water resources management, Partnership
Abstract วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานะปัจจุบันของการบริหารจัดการอุทกภัยข้ามพรมแดนแบบบูรณาการ เพื่อทำความเข้าใจถึงบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างตัวแสดงภาคประชาสังคม ภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ และประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนบน ในการบริหารจัดการอุทกภัยข้ามพรมแดนที่เกิดขึ้น เพื่ออธิบายว่าปัจจัยใดเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการ และเพื่อให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการดำเนินการดังกล่าว โดยใช้กรณีศึกษาเรื่องการบริหารจัดการอุทกภัยข้ามพรมแดนแบบบูรณาการในลุ่มน้ำกก สำหรับวิธีการศึกษา วิทยานิพนธ์นี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์เชิงลึก และข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำมาวิเคราะห์ภายใต้กรอบแนวคิดด้านการมีส่วนร่วมและความร่วมมือตามแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ แนวคิดภูมิภาคภิบาล และแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมผลการศึกษาพบว่าการมีส่วนร่วมและความร่วมมือระหว่างตัวแสดงต่าง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้การบริหารจัดการอุทกภัยข้ามพรมแดนแบบบูรณาการในลุ่มน้ำกกไม่มีประสิทธิภาพ อันเป็นผลมาจากการที่ตัวแสดงไม่มีความสัมพันธ์แบบเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน โดยความล้มเหลวดังกล่าวเป็นผลมาจากปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ได้แก่ 1) การขาดความเชื่อใจระหว่างภาคประชาสังคมและภาครัฐ 2) โครงสร้างการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทยที่รัฐบาลเป็นศูนย์กลางและภารกิจของหน่วยงานที่ทับซ้อนกัน และ 3) การไม่มีการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างตัวแสดงที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังมีการการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างประเทศไทยและคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนเพียงปัจจัยเดียวที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดนแบบบูรณาการในลุ่มน้ำกกดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแสดงที่เกี่ยวข้องจึงควรมีการพัฒนา โดยภาคประชาสังคมไม่ควรถอยห่างจากกระบวนการมีส่วนร่วมที่ภาครัฐจัดให้มีขึ้น เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนของภาคประชาสังคมที่ต้องการมีส่วนร่วมตัดสินใจร่วมกับภาครัฐ ในขณะที่ภาครัฐต้องให้ภาคประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจและมีการกำหนดภารกิจของหน่วยงานแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจนและไม่ทับซ้อน รวมทั้ง ควรพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนกับประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนบนในด้านการบริหารจัดการแม่น้ำโขงร่วมกันในทุกมิติ สำหรับองค์การระหว่างประเทศควรพัฒนาองค์การด้วยการสร้างเงื่อนไขให้ประเทศภาคีสมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อตกลง รวมทั้งเงื่อนไขที่ทำให้ประเทศสมาชิกเสียประโยชน์ หากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนบนควรร่วมมือกับประเทศในลุ่มน้ำตอนล่างให้มากขึ้น เพื่อการได้รับผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ