|
อินเดียกับการเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS (ค.ศ. 2009–2017) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | อินเดียกับการเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS (ค.ศ. 2009–2017) |
| Creator | ฐานุวัชร์ รินนานนท์ |
| Contributor | จรัญ มะลูลีม, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | อินเดีย, มันโมฮัน ซิงค์, นเรนดรา โมด, ผลประโยชน์แห่งชาติ, การเมืองเกี่ยวพัน, India, BRICS, Manmoha Singh, Narendra Modi, National interest, Linkage politics |
| Abstract | การศึกษาเรื่อง “อินเดียกับการเป็นสมาชิก BRICS (ค.ศ. 2009 – 2017)” นี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาว่า เหตุใดอินเดียจึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกผู้ก่อตั้ง BRICS ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 และการเป็นสมาชิก BRICS นี้ส่งผลกระทบอย่างไรต่ออินเดียรวมทั้งอินเดียให้ความสนใจหรือมีบทบาทอย่างไรต่อการรวมกลุ่มดังกล่าวนี้ โดยในช่วงของการศึกษาจะเป็นช่วงปี ค.ศ. 2009 – 2017 ซึ่งเป็นช่วงปีนับตั้งแต่การเกิดกลุ่ม BRICS ขึ้นมาจนกระทั่งปัจจุบันผ่านนายกรัฐมนตรีของอินเดีย 2 คนก็คือมันโมฮัน ซิงค์ และนเรนดรา โมดิซึ่งจากการศึกษาเรื่องอินเดียกับการเป็นสมาชิก BRICS (ค.ศ. 2009 – 2017) นั้นได้วิเคราะห์ตามหลักทฤษฎีผลประโยชน์แห่งชาติ (National Interest) และแนวคิดการเมืองเกี่ยวพันซึ่งเป็น แน ว คิดที่ จ ะส า ม า ร ถ อ ธิบ า ยป ร า กฏ ก า รณ์ที่เ กิด ขึ้น จ า กก า ร ด าเนินนโ ย บ า ยการต่างประเทศของอินเดีย รวมทั้งท่าทีและบทบาทของอินเดียต่อการเป็นสมาชิกของกลุ่ม BRICSจากการศึกษาพบว่าอินเดียได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งกลุ่ม BRICS ตามค าเชิญของรัสเซียในปี ค.ศ. 2009 เพราะในขณะนั้นประเทศมหาอ านาจตะวันตกเดิม โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในกลุ่มสมาชิก G7 นั้นประสบกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ท าให้ขั้วอ านาจทางเศรษฐกิจย้ายฝั่งจาก G7 เดิม กลายมาเป็นกลุ่ม G20 ท าให้ประเทศก าลังพัฒนาที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงอย่างจีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล ตกลงรวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ต่าง ๆ ร่วมกันใน G20 และเวทีโลก ซึ่งจากการรวมกลุ่มในครั้งนี้ก็ส่งผลประโยชน์ต่ออินเดียเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้อินเดียสามารถพิทักษ์ผลประโยชน์แห่งชาติของตนได้มากยิ่งขึ้น เช่นความพยายามในการเป็นสมาชิกถาวรแห่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพราะกลุ่ม BRICS ที่มีสมาชิกถาวรอยู่ถึง 2 ประเทศประกาศจะสนับสนุนผ่านแถลงการณ์ในนามกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออินเดียมาก เนื่องจาก1 ใน 2 ประเทศนั้น ก็คือ จีน ที่ซึ่งยังคงมีปัญหากรณีพิพาทชายแดนกับอินเดียอยู่อย่างเรื้อรัง ดังนั้นหากเป็นการเจรจาเพียงแค่ระดับทวิภาคีนั้น คงเป็นเรื่องยากที่จีนจะประกาศสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีกรณีการเรียกร้องเพื่อให้มีการปฏิรูปองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ในโลก เช่นองค์การสหประชาชาติ (UN) องค์การการค้าโลก (WTO) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก(World Bank) เป็นต้น เพื่อเพิ่มบทบาทของอินเดียในเวทีโลกมากยิ่งขึ้นทั้งนี้อินเดียยังได้ประโยชน์ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ เช่นจีนบราซิล ผ่านเวทีการประชุม BRICS ที่มักจะมีการเจรจานอกรอบระหว่างกัน โดยที่ต่างฝ่ายก็ไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ า อีกทั้งในด้านความมั่นคง ด้านการก่อการร้าย หรือในประเด็นต่าง ๆอินเดียก็ได้รับประโยชน์จากกลุ่ม BRICS อย่างมากมาย ท าให้อินเดียให้ความสนใจ และพยายามมีบทบาทในการเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS มาโดยตลอด แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านนายกรัฐมนตรีมันโมฮัน ซิงค์ ซึ่งมาจากพรรคคองเกรส มาเป็นพรรคฝั่งตรงข้ามคือ นเรนดรา โมดิ จากพรรคบีเจพีแต่นโยบายในการแสดงบทบาทน าใน BRICS ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่นในยุคปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีโมดิ ก็ได้มีสานต่อด้วยการเร่งระดมทุนร่วมกันของสมาชิก BRICS ในธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank : NDB) หรืออาจเรียกว่า BRICS Bank เดิม ที่ริเริ่มตั้งขึ้นโดยอินเดีย ในยุคของมันโมฮัน ซิงค์ หรือการพยายามจัดตั้งหน่วยงานการจัดอันดับขึ้นมาเองของกลุ่ม BRICS หรือโครงการอื่น ๆ อีกมากมายดังนั้นจากการศึกษา จึงเป็นการเน้นย้ าว่า อินเดียได้รับผลประโยชน์แห่งชาติอย่างมากมายจากการเป็นสมาชิก BRICS ที่อินเดียนั้นจะไม่สามารถท าได้มากเท่า จากการเจรจาในกรอบทวิภาคี ดังนั้น BRICS จึงมีความส าคัญ และเป็นกลุ่มการเมืองระหว่างประเทศที่อินเดียนั้นให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งตามทฤษฎีการเมืองเกี่ยวพันนั้น จากปัจจัยภายนอกที่การเมืองและอ านาจโลกมีการเปลี่ยนฝั่ง และเปิดช่องโอกาสในการมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเวทีโลกให้กับอินเดีย ประกอบกับปัจจัยภายในที่อินเดียเองก็ต้องการเพิ่มสถานะของตนในเวทีโลก และพัฒนาประเทศเพิ่มเติมให้มากขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้นตามทฤษฎีนี้จึงสัมพันธ์กับแนวคิดผลประโยชน์แห่งชาติ และแนวคิดการเมืองเกี่ยวพัน ที่ซึ่งท าให้อินเดียนั้นต้องให้ความส าคัญต่อกลุ่ม BRICS |