การศึกษาความถี่ของอัลลีล SLC44A2 ในผู้ป่วยคนไทยที่เป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาความถี่ของอัลลีล SLC44A2 ในผู้ป่วยคนไทยที่เป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
Creator ดลภาค อภิพงศ์รัตน์
Contributor อ้อยทิพย์ ณ ถลาง, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword อัลลีล, จีโนไทป์, คนไทย, โรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ, SLC44A2, Allele, Genotype, Thais, Venous thromboembolism
Abstract โรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) ประกอบด้วย deep vein thrombosis (DVT) และ pulmonary embolism (PE) เป็นโรคที่มีความผิดปกติในระบบการแข็งตัวของเลือด สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ เพศ และเชื้อชาติ นอกจากนี้ยังพบเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ป่วยในหลายโรค แม้ว่าอุบัติการณ์ในกลุ่มประชากรเอเชียจะน้อย แต่ปัจจุบันมีหลายรายงานการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าอุบัติการณ์ของ VTE สูงขึ้นในกลุ่มประชากรดังกล่าว ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเกิด VTE มีหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม และปัจจัยเสี่ยงจากพันธุกรรม จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า อัลลีล SLC44A2*01 ซึ่งควบคุมลักษณะ HNA-3a phenotype มีความสัมพันธ์กับการเกิด transfusion-related acute lung injury (TRALI) ชนิดรุนแรงในผู้ป่วยภายหลังการรับเลือดหรือส่วนประกอบ และมีพบเป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมชนิดใหม่ในผู้ป่วย VTE อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาในกลุ่มประชากรไทย วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อหาความถี่และความสัมพันธ์ของอัลลีล SLC44A2 ในผู้ป่วยคนไทยที่เป็นโรค VTE โดยใช้ตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ป่วย VTE คนไทย ที่แสดงอาการ จำนวน 109 ราย ในจำนวนนี้ 83, 13 และ13 ราย เป็นผู้ป่วย DVT, PE และ VTE in unusual sites ตามลำดับ ทำการตรวจอัลลีลจีโนไทป์ SLC44A2*01 และ SLC44A2*02 ด้วยวิธีพีซีอาร์ เอสเอสพี จากการศึกษาพบ จีโนไทป์แบบ SLC44A2*01/01 เท่ากับ 65.14% (71/109), SLC44A2*01/02 เท่ากับ 32.11% (35/109) และ SLC44A2*02/02 เท่ากับ 2.75% (3/109) ความถี่ของอัลลีล SLC44A2*01 และ SLC44A2*02 ในกลุ่มผู้ป่วยได้เท่ากับ 0.812 และ 0.188 ตามลำดับ โดยเมื่อทำการเปรียบเทียบกับข้อมูลของกลุ่มควบคุม พบว่า ความถี่ของอัลลีล SLC44A2*01 ในกลุ่มตัวอย่าง สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR=1.696, 95%CI=1.175-2.446, P=0.0048) นอกจากนี้พบว่า ความถี่ของอัลลีล SLC44A2*01 มีความสัมพันธ์ กับผู้ป่วย VTE อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยคัดผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมอื่นๆ ออก จำนวน 17 ราย เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (OR=1.603, 95%CI=1.091-2.356, P=0.0163) อย่างไรก็ตาม พบว่า อัลลีลดังกล่าวไม่มีความสัมพันธ์กับอาการแสดงทางคลินิก ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ส่งเสริมให้เกิด VTE โดยสรุปการศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาครั้งแรกที่รายงานความสัมพันธ์ของอัลลีล SLC44A2 ในผู้ป่วย VTE ชาวไทย การตรวจ SLC44A2 genotypes ในผู้ป่วย VTE อาจเป็นประโยชน์ในการทำนายความเสี่ยง ตลอดจนวางแผนการป้องกันการเกิด VTE ในผู้ป่วยได้
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ