ผลกระทบจากความหลากหลายของยีนอินเตอร์เฟียรอนแกมม่าอินดิวซิเบิลโปรตีนเทนต่อโรคตับในผู้ติดเชื้อเอชไอวีชาวไทย
รหัสดีโอไอ
Title ผลกระทบจากความหลากหลายของยีนอินเตอร์เฟียรอนแกมม่าอินดิวซิเบิลโปรตีนเทนต่อโรคตับในผู้ติดเชื้อเอชไอวีชาวไทย
Creator อภิคุณ ตุนก่อ
Contributor จรีภรณ์ เอกวัฒน์ชัย, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword ไวรัสเอชไอวี, อินเตอร์เฟียรอนแกมม่าอินดิวซิเบิลโปรตีนเทน, ความหลากหลายนิวคลีโอไทด์เดี่ยว, ภาวะค่าเอนไซม์ตับสูง, ภาวะพังผืดในตับ, Human immunodefiency virus, Interferon gamma inducible protein 10, Single nucleotide polymorphisms (SNPs), Transaminitis, Liver fibrosis
Abstract โรคตับจัดเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่พบในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัส และข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยทางพันธุกรรมที่มีผลกระทบต่อการดำเนินเข้าสู่โรคตับ ในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีชาวไทยนั้นยังไม่ชัดเจน การศึกษาที่ผ่านมาสนับสนุนว่า สารหลั่งในระบบภูมิคุ้มกันในกลุ่มคีโมคายน์ชนิด Interferon gamma inducible protein 10 (IP-10) มีบทบาทสำคัญในภาวะการอักเสบในโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ และมีรายงานว่าความหลากหลายนิวคลีโอไทด์เดี่ยวในยีน IP-10 ที่ตำแหน่ง G-201A และตำแหน่ง -1596C/T มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ และการตอบสนองต่อการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี ผู้วิจัยจึงศึกษาความถี่จีโนไทป์และอัลลีลของความหลากหลายนิวคลีโอไทด์เดี่ยวในยีน IP-10 ที่ตำแหน่ง G-201A และตำแหน่ง -1596C/T และความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายในยีน IP-10 ทั้งสองตำแหน่งกับภาวะแทรกซ้อนที่ตับในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีชาวไทย โดยเป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางในกลุ่มผู้ป่วยจำนวน 200 ราย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัสคิดเป็นร้อยละ 72.0 เป็นผู้ติดเชื้อร่วมกับไวรัสตับอักเสบบี คิดเป็นร้อยละ 9.0 ผู้ติดเชื้อร่วมกับไวรัสตับอักเสบซี คิดเป็นร้อยละ 9.0 และผู้ติดเชื้อร่วมกันทั้งสามชนิด คิดเป็นร้อยละ 0.6 ในการประเมินภาวะแทรกซ้อนที่ตับ พบผู้มีค่าเอนไซม์ตับสูง (transaminitis) คิดเป็นร้อยละ 29.0 ผู้มีค่า APRI score > 0.5 คิดเป็นร้อยละ 16.5 และผู้ที่มีค่า FIB-4 score > 1.45 คิดเป็นร้อยละ 19.9 ในการวิเคราะห์การกระจายตัวของจีโนไทป์ความหลากหลายนิวคลีโอไทด์เดี่ยวในยีน IP-10 ทั้งสองตำแหน่ง พบว่ามีการกระจายตัวสอดคล้องกันถึงร้อยละ 100 โดย พบความชุกจีโนไทป์ AA/TT คิดเป็นร้อยละ 1.0 จีโนไทป์ GA/CT คิดเป็นร้อยละ 22.5 และจีโนไทป์ GG/CC คิดเป็นร้อยละ 76.5 พบความถี่ของจีโนไทป์ AA/TT, GA/CT และ GG/CC เท่ากับ 0.010, 0.225 และ 0.765 ตามลำดับ และความถี่อัลลีล A/T เท่ากับ 0.122 และอัลลีล G/C เท่ากับ 0.878 การวิเคราะห์ด้วยสถิติไคสแควร์พบว่าจีโนไทป์ จีโนไทป์แบบ dominant model และอัลลีลของความหลากหลายทั้งสองตำแหน่งในยีน IP-10 ไม่มีความสัมพันธ์กับค่าเอนไซม์ตับสูง (transaminitis) และภาวะพังผืดในตับ ที่ประเมินจาก ค่า FIB-4 > 1.45 และค่า APRI > 0.5 ในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีชาวไทยทั้งหมด (p > 0.05) และในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีแบบเดี่ยว (p > 0.05) ข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้แสดงว่าการเกิดความหลากหลายในยีน IP-10 ที่ตำแหน่ง G-201A และตำแหน่ง -1596C/T อาจไม่มีผลกระทบต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตับในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษากลไกการเกิดโรคตับในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่นำไปสู่การพัฒนาวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ