การเข้าถึงและใช้ประโยชน์บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทหารผ่านศึกพิการ: กรณีศึกษาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก
รหัสดีโอไอ
Title การเข้าถึงและใช้ประโยชน์บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทหารผ่านศึกพิการ: กรณีศึกษาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก
Creator ณัฐพัชร์ วัชรโชคธนกรณ์
Contributor วิไลภรณ์ โคตรบึงแก, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword การเข้าถึงและใช้ประโยชน์, บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ, โรงพยาบาลทหารผ่านศึก, Access and usage, Veteran rehabilitation services, Veterans General Hospital
Abstract การศึกษาเรื่อง “การเข้าถึงและใช้ประโยชน์บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทหารผ่านศึกพิการกรณีศึกษาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้ง 4 ด้าน ได้แก่การฟื้นฟูสมรรถภาพ 4 ด้านได้แก่ 1. การฟื้นฟูทางด้านการแพทย์ 2.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา 3.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพ 4.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม ของทหารผ่านศึกพิการ ในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เป็นการวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างเป็น ทหารผ่านศึกพิการ ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ที่เข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก จำนวน 130 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัยทางสังคม สถิติที่ใช้ได้แก่ การแจกแจงความถี่และการหาค่าร้อยละค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ทหารผ่านศึกพิการส่วนใหญ่เป็น เพศชาย ร้อยละ 97.7 มีอายุเฉลี่ย 68 ปี ส่วนใหญ่เป็นทหารผ่านศึกพิการบัตรชั้นที่ 4 ร้อยละ 34.6 มีสถานภาพสมรสโสด ร้อยละ41.6 และไม่ได้ประกอบอาชีพมากถึง ร้อยละ 65.4 ซึ่งมีสาเหตุของความพิการเกิดจาก อุบัติเหตุมากที่สุด ร้อยละ 41.5 โดยส่วนมากพิการทางการเคลื่อนไหว ร้อยละ 76.5การศึกษา เรื่องการเข้าถึงและใช้ประโยชน์บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทหารผ่านศึกพิการ:กรณีศึกษาโรงพยาบาลทหารผ่านศึกพบว่าทหารผ่านศึกมีความรับรู้ สิทธิตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณชีวิตคนพิการ2550 จำนวน 113 คน หรือร้อยละ 86.9รองลงมาการรับรู้เรื่องสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ด้านสิทธิพบว่าทหารผ่านศึกพิการ มีการรับรู้ในเรื่อง การจะขอจดทะเบียนคนพิการได้ต้องดำเนินเรื่องเพื่อขอใบรับรองความพิการกับโรงพยาบาลก่อนมากที่สุดร้อยละ88.5 เช่นเดียวกับการเข้าถึงสิทธิ มีจำนวนร้อยละ 58.5 แต่ในด้านการใช้ประโยชน์กลับพบว่า มีการใช้ประโยชน์ตามสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ด้านสิทธิ ตามมาตรา 20 อยู่ในระดับ ปานกลาง ในส่วนของ บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพนั้น บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม ทหารผ่านศึกพิการ มีการรับรู้ในเรื่อง การมีสิทธิได้รับเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาท มากที่สุดร้อยละ 73.8 เช่นเดียวกับในด้านการเข้าถึงพบว่า ทหารผ่านศึกพิการมีสิทธิได้รับเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาท มากที่สุดร้อยละ 73.8 โดยภาพรวมมีการใช้ประโยชน์ด้านสิทธิบริการบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้ง4 ด้านตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณชีวิตคนพิการ2550 อยู่ในระดับปานกลางและในส่วนของบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ.2510 ทหารผ่านศึกพิการรับรู้สิทธิ ในส่วนของบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ.2510 ผู้ตอบแบบสอบถามมีการรับรู้ในเรื่อง ทหารผ่านศึกพิการบัตรชั้นที่ 1 มีสิทธิได้รับ ทุนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ มากที่สุดร้อยละ 80.0ในด้านการเข้าถึง พบว่า ทหารผ่านศึกพิการมีสิทธิได้รับบริการกายภาพบำบัดภายหลังความพิการมากที่สุดร้อยละ 80.0 โดยภาพรวมทหารผ่านศึกพิการมีการใช้ประโยชน์โดยภาพรวมมีการใช้ประโยชน์ด้านสิทธิบริการบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้ง4 ด้านตามพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ.2510 อยู่ในระดับปานกลางข้อเสนอแนะ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ควรร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรภาคีเครือข่ายคนพิการทั้งหน่วยงานรัฐบาลและเอกชน เพื่อร่วมกำหนดแผนในการพัฒนาการจัดสวัสดิการให้เหมาะสมและคำนึงถึงประโยชน์ของทหารผ่านศึกพิการสูงสุด มีการสำรวจ นโยบายและสวัสดิการของทหารผ่านศึกพิการในข้อแตกต่างของสิทธิประโยชน์ ในแต่ละชั้นบัตรอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสิทธิที่ทหารผ่านศึกได้รับ ให้เกิดความเท่าเทียมอย่างมีคุณภาพ รวมถึงมีการศึกษา การวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายการจัดสวัสดิการให้ทหารผ่านศึกพิการ ทันต่อสถานการณ์คนพิการที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน รวมถึงสิทธิประโยชน์ควรเข้าถึงได้ง่าย เงื่อนไขและข้อกำหนดอาจมีการปรับเปลี่ยน ตามวาระโอกาสในสถานการณ์นั้นๆ
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ