กลยุทธ์การสื่อสารของธุรกิจเพื่อสังคม: กรณีศึกษาร้านปันกัน และร้านฬ.จุฬา
รหัสดีโอไอ
Title กลยุทธ์การสื่อสารของธุรกิจเพื่อสังคม: กรณีศึกษาร้านปันกัน และร้านฬ.จุฬา
Creator ไปยดา นนทโกวิท
Contributor อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword กลยุทธ์การสื่อสาร, ธุรกิจเพื่อสังคม, ร้านปันกัน, ร้านฬ.จุฬา, Communication strategy, Social enterprise, Pankan shop, Lor-chula shop
Abstract ภาพรวมของธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย กำลังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้มาก เนื่องจากภาคเอกชนเริ่มเห็นความสำคัญของธุรกิจเพื่อสังคมว่าช่วยในการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืนมากกว่าการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยไม่แสวงหาผลกำไรและรอรับการบริจาคแต่เพียงอย่างเดียว (จิราภรณ์ วิหวา, 2554) แต่ปัญหาใหญ่ที่พบของธุรกิจเพื่อสังคม คือการสื่อสารที่ยังไม่สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคมให้กับภาคประชาชนได้ เนื่องจากประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กับธุรกิจเพื่อสังคม (SE) เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่รูปแบบและเป้าหมายแตกต่าง (“กิจการเพื่อสังคม” และแนวคิดที่ SME ควรสนใจ, ออนไลน์) กลยุทธ์การสื่อสารที่ผู้บริหารธุรกิจเพื่อสังคมเลือกใช้ คือการพัฒนาสื่อของตัวเอง ไม่เน้นการพึ่งพาสื่อสารมวลชน เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก หลักการตลาดจะถูกนำมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ และการขาย โดยมีปัจจัยสำคัญทางการสื่อสารกับลูกค้า คือ พนักงานขายหน้าร้าน และการบอกต่อปากต่อปากจากลูกค้า (สุรพงษ์ โสธนะเสถียร, 2557) เมื่อพนักงานหน้าร้านเข้าใจวัตถุประสงค์ของธุรกิจเพื่อสังคมเป็นอย่างดีแล้ว พนักงานหน้าร้านจะถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องให้กับลูกค้าได้มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์หน้าร้าน ในขณะที่ลูกค้าเมื่อมีความประทับใจในสินค้า และบริการของธุรกิจเพื่อสังคมแล้ว จะยินดีเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปากให้กับธุรกิจนั้น (จากบทสัมภาษณ์คุณดวงผกา แซ่จึง หัวหน้าพนักงานขายร้านปันกัน สาขาพาราไดส์ปาร์ค)ผลการสำรวจความคิดเห็นด้านการเปิดรับสื่อจากประชาชนเมื่อจำแนกตามชนิดของสื่อที่ธุรกิจเพื่อสังคมเลือกใช้ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงและติดตามสื่อต่าง ๆ ของร้านโดยตรงได้ในระดับน้อยที่สุด แต่ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงและติดตามข่าวสารข้อมูลผ่านสื่อทั่วไปจากเพื่อนหรือคนรู้จัก และการค้นหาข้อมูลผ่านกูเกิล (Google) ได้ในระดับปานกลาง อย่างไรก็ตามธุรกิจเพื่อสังคมยังไม่มีสื่อที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงและติดตามได้ในระดับมาก หรือมากที่สุด การสร้างสรรค์สื่อรูปแบบใหม่ให้เข้าถึงประชาชนแบบมีความถี่ และน่าติดตามจึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการพัฒนาต่อไปเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว ความคิดเห็นของประชาชนและการให้ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมย่อมมีผลลัพธ์ที่มากเพียงพอจะนำไปสู่การแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ