|
ปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นอิสระและประสิทธิผลในการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นอิสระและประสิทธิผลในการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน |
| Creator | อิทธิกร เถกิงมหาโชค |
| Contributor | วสันต์ เหลืองประภัสร์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน, ประสิทธิผลการปฏิบัติงาน, Factors affecting of performance, Performance effectiveness |
| Abstract | ปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นอิสระและประสิทธิผลในการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ศึกษาความเป็นอิสระและประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน 2) ศึกษาสภาพปัญหา และอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน และ 3) แสวงหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิผลการปฏิหน้าที่ของพนักงานสอบสวนผู้ศึกษาได้ใช้เครื่องมือแบบผสมผสานระหว่าง 1) การค้นคว้าเอกสาร (Documentary Research) และ 2) การสัมภาษณ์ (Interviews) ประชากรกลุ่มศึกษา โดยสุ่มสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มคือ กลุ่มพนักงานสอบสวน และกลุ่มประชาชน บนสถานีตำรวจ 9 แห่ง ในเขตรับผิดชอบ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยเลือกใช้วิธีการตีความข้อมูลเชิงพรรณา อาศัยหลักตรรกวิทยาแบบอุปมาน วิธีจากการอ่านเอกสารที่รวบรวมมาได้และได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว และสังเคราะห์จากคำสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง แยกแยะถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเชิงโครงสร้าง และระบบงานสอบสวนที่มีความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทยปัจจุบัน ผลการศึกษาได้พบว่า งานตำรวจมีเป้าหมายที่คลุมเครือในทุก ๆ ด้าน การสร้างตัวชี้วัดสำหรับงานตำรวจยังไม่สามารถวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลงานตำรวจได้อย่างแท้จริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีระบบบริหารงานบุคคลที่ผูกติดอยู่กับระบบชั้นยศและสายการบังคับบัญชาคล้ายทหาร และเน้นระบบการควบคุมบังคับบัญชา งานตำรวจของไทยจึงเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของผู้บังคับบัญชามากกว่าความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการกำหนดตำแหน่งตามคุณวุฒิ หรือคุณสมบัติของบุคคล Qualification Classification หรือ Academic Rank Classification (ARC) ไม่เหมาะสมเมื่อนำมาใช้กับการประเมินตำแหน่งของพนักงานสอบสวน เพราะงานของตำรวจเป็นงานบริการประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่เก็บผลงานเท่านั้น ทั้งนี้ ปัจจัยที่เป็นพลังผลักดันต่อพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเกิดขึ้นจากสิ่งที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคล อันได้แก่ ค่านิยม ทัศนคติ และวัฒนธรรมตำรวจผ่านกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1) ทัศนคติและค่านิยมจากการอบรมจากครอบครัวและสถานศึกษา 2) ทัศนคติและค่านิยมเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตบุคลากรและการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติหน้าที่ เกิดขึ้นและฝังรากลึกทั้งระดับประทวนและระดับสัญญาบัตร 3) ทัศนคติและค่านิยมเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งล้วนมีผลต่อพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์แล้วสรุปได้ว่า ปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ได้อย่างเป็นธรรม เกิดจากปัจจัย 3 ลักษณะคือ 1) ปัจจัยภายในจิตใจของพนักงานสอบสวนในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม 2) ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการใช้ดุลยพินิจคือ อำนาจที่เหนือพนักงานสอบสวน เป็นอำนาจการบริหาร การให้ความดีความชอบ ความเจริญก้าวหน้า หรือให้โทษ และ 3) ปัจจัย ความไม่เพียงพอของทรัพยากรทางการบริหาร รวมถึงการพัฒนาความรู้ความสามารถ ทั้งนี้ สาเหตุของปัญหาดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นจากภายในองค์การตำรวจ หรือปัจจัยด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องและมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างซับซ้อน |