|
การให้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองขนาดเล็ก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การให้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองขนาดเล็ก |
| Creator | สมปอง บุณวีระกูล |
| Contributor | วรรณภา ติระสังขะ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | หลักเกณฑ์และวิธีการ, การให้เงินสนับสนุน, พรรคการเมืองขนาดเล็ก, Regulations and methods, Funding, Small political party |
| Abstract | การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขจากการใช้จ่ายเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของพรรคการเมืองขนาดเล็ก โดยทำการศึกษาถึงหลักเกณฑ์และวิธีการให้เงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองขนาดเล็กตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 โดยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ซึ่งพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้นำมาเป็นกรณีศึกษามีจำนวน 2 พรรค คือ พรรคคนขอปลดหนี้ และพรรคพลังชล เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการในการดำเนินการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการให้เงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองขนาดเล็กว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ และเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้วเมื่อนำมาใช้จริงกับพรรคการเมืองขนาดเล็กที่นำมาเป็นกรณีศึกษาจำนวนสองพรรคนั้นเกิดผลดีหรือไม่ และหากแตกต่างกันมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อจะได้นำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะมาใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการในการจัดสรรเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง และปรับปรุงระบบการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพต่อไป จากการศึกษาพบว่า จากการนำหลักเกณฑ์และวิธีการให้เงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาปรับใช้กับพรรคการเมืองขนาดเล็กที่นำมาเป็นกรณีศึกษานั้น ทำให้ทราบว่าหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนแก่ พรรคการเมืองยังไม่อาจบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ก่อให้เกิดปัญหาและมีช่องทางให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นมาโดยมิได้มีเจตนาที่จะดำเนินกิจการทางการเมืองอย่างแท้จริงแสวงหาผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการใช้จ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์อันเกิดจากวิธีการให้เงินสนับสนุน ปัญหาคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย หลักเกณฑ์และวิธีการให้เงินสนับสนุนพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมือง ประกอบกับปัญหาของหลักเกณฑ์และวิธีการให้เงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองในส่วนคุณสมบัติของพรรคการเมืองที่จะมีสิทธิได้รับเงินสนับสนุน ก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติแก่พรรคการเมืองขนาดเล็ก เช่น การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองให้ครบ 4 ภาค ต้องมีสมาชิกพรรคการเมือง จำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 คน ขึ้นไป ภายใน 180 วัน ส่งผลให้การดำรงอยู่ของพรรคการเมืองขนาดเล็กเป็นไปด้วยความยากลำบากและขาดความเข้มแข็ง ดังนั้น กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองควรปรับการจัดสรรเงินสนับสนุนให้มีความเหมาะสมกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก เพื่อให้การพัฒนาพรรคการเมืองมีความต่อเนื่องต่อไป ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าไม่ควรให้การสนับสนุนเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง เนื่องจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองต้องมีหน้าที่ดำเนินกิจกรรมและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองด้วย การที่พรรคการเมืองจะเกิดการพัฒนาได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินที่ขอรับการสนับสนุน แต่หลักสำคัญขึ้นอยู่กับบุคคลที่เข้าไปบริหารหรือดำเนินกิจการทางการเมือง ดังนั้น การที่พรรคการเมืองจะสามารถดำเนินกิจการโดยการใช้จ่ายเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองให้มีประสิทธิภาพได้นั้น พรรคการเมืองต้องมีจิตสำนึกในการดำเนินกิจการทางการเมือง รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องดำเนินการตรวจสอบการดำเนินกิจการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้จ่ายเงินมีประสิทธิภาพสมดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ รวมทั้งช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันหลักในการปกครอง โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง การดูแลกำกับตรวจสอบการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งและเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน มิใช่เป็นพรรคการเมืองที่กลุ่มอิทธิพลทางการเงินมาครอบงำในการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการพรรคการเมืองหรือสาขาพรรคการเมืองซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนพรรคการเมืองจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจะต้องครอบคลุมถึงเกณฑ์มาตรฐานที่จะพัฒนาให้พรรคการเมืองขนาดเล็กได้รับโอกาสรับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนอย่างเป็นธรรม กล่าวคือ พรรคการเมืองขนาดเล็กก็มีโอกาสสร้างความเข้มแข็งจนสามารถเป็นพรรคขนาดใหญ่หรือมีโอกาสเป็นรัฐบาลได้ |