การคุ้มครองสตรีมีครรภ์จากการกระทำความผิดทางอาญา: ศึกษาการกำหนดให้เป็นเหตุฉกรรจ์
รหัสดีโอไอ
Title การคุ้มครองสตรีมีครรภ์จากการกระทำความผิดทางอาญา: ศึกษาการกำหนดให้เป็นเหตุฉกรรจ์
Creator มิณฑิตา อัศวศิริศิลป์
Contributor สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword เหตุฉกรรจ์, สตรีมีครรภ์, การคุ้มครองสตรีมีครรภ์, Aggravating circumstances, Pregnant women, Protecting the pregnant women
Abstract การคุ้มครองความปลอดภัยของบุคคลที่มีความอ่อนแอ (Vulnerable People) ถือเป็นภารกิจที่สำคัญของรัฐ เนื่องจากบุคคลเหล่านี้อาจถูกแสวงหาประโยชน์ในการกระทำความผิดมากกว่าบุคคลทั่วไป และผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจมีความรุนแรงมากขึ้น ยกตัวอย่างบุคคลที่มีความอ่อนแอ เช่น ผู้เยาว์ คนชรา หรือผู้พิการทางด้านร่างกายหรือสติปัญญา เป็นต้น เมื่อศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของสตรีเมื่อตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีรวิทยาและชีวเคมีเพื่อตอบสนองการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ส่งผลให้ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น และความสามารถในการป้องกัน หลบหนี ต่อสู้ภัย และความสามารถในการติดตามย่อมลดน้อยลง เนื่องจากความคล่องตัวลดลงและความกังวลต่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์ จึงอาจกล่าวได้ว่าสตรีมีครรภ์เป็นบุคคลที่มีความอ่อนแอ ส่งผลให้ผู้กระทำความผิดอาจเลือกสตรีมีครรภ์เป็นเหยื่อในการกระทำความผิดตามทฤษฎีการเลือกอย่างมีเหตุผล (Rational ChoiceTheory) เพราะมีโอกาสกระทำความผิดสำเร็จได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไป และหากพิจารณาถึงผลกระทบจากการกระทำความผิดต่อสตรีมีครรภ์ที่ร่างกายมักจะอ่อนแอลงเมื่อตั้งครรภ์ หากถูกกระทบกระเทือนอาจได้รับอันตรายแก่ร่างกายรุนแรงมากกว่าบุคคลทั่วไปหรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ และการกระทำต่อสตรีมีครรภ์ย่อมส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์โดยตรง นอกจากนั้นหากพิจารณาถึงจิตใจของผู้กระทำความผิดการที่เลือกสตรีเพราะประโยชน์ในปัจจัยทางกายภาพที่มีความอ่อนแอมากกว่าเพศชายก็ถือว่ามีจิตใจที่น่าตำหนิแล้ว แต่การเลือกสตรีที่มีลักษณะปรากฎว่าเป็นสตรีมีครรภ์เป็นเหยื่ออาชญากรรมจึงถือได้ว่าผู้กระทำความผิดมีจิตใจที่ชั่วร้ายมากกว่าปกติเนื่องจากต้องการแสวงหาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์เพื่อเพิ่มโอกาสให้กระทำความผิดสำเร็จได้มากขึ้น และในแง่ผลกระทบที่อาจมีความรุนแรงมากกว่าการกระทำความผิดต่อบุคคลทั่วเพราะย่อมกระทบต่อความปลอดภัยของสตรีและทารกในครรภ์ แต่อย่างไรก็ดีกฎหมายอาญาไทยมิได้มีบทบัญญัติคุ้มครองสตรีมีครรภ์ไว้เป็นกรณีเฉพาะ และบทลงโทษในปัจจุบันไม่ได้สัดส่วนต่อการกระทำความผิดและผลของการกระทำความผิด อีกทั้งการพิจารณากำหนดโทษของผู้พิพากษาก็มิได้นำปัจจัยที่ผู้เสียหายที่ตั้งครรภ์มาเป็นเกณฑ์พิจารณาเพื่อกำหนดโทษแก่จำเลย จึงอาจเกิดความไม่ชัดเจนในการคุ้มครองสตรีมีครรภ์และการลงโทษที่สมสัดส่วนต่อการกระทำความผิดและผลของการกระทำความผิดต่อสตรีมีครรภ์ ซึ่งแตกต่างกับประเทศฝรั่งเศสและประเทศสหรัฐอเมริกาที่บัญญัติให้การกระทำความผิดต่อสตรีมีครรภ์เป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้น ดังนั้นผู้เขียนจึงเห็นว่าควรเพิ่มเติมกฎหมายอาญาไทยโดยพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของสตรีมีครรภ์ที่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นเหยื่ออาชญากรรม ผลกระทบที่มีความรุนแรงมากกว่ากระทำต่อบุคคลทั่วไป สิทธิที่จะมีชีวิตของทารกในครรภ์ และจิตใจที่ชั่วร้ายมากกว่าปกติของผู้กระทำความผิด ซึ่งกำหนดให้การกระทำความผิดต่อสตรีมีครรภ์เป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้นถือว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนแก่ผู้กระทำความผิด เพราะเมื่อผู้กระทำความผิดเปรียบเทียบระหว่างผลประโยชน์ที่ได้รับกับผลเสียหรืออัตตราโทษที่สูงขึ้นที่อาจได้รับ ผู้กระทำความผิดอาจไม่เลือกกระทำความผิดเพราะเกรงกลัวต่อบทบัญญัติของกฎหมายและเลือกที่จะไม่กระทำความผิดต่อสตรีมครรภ์ อันเป็นการป้องกันการกระทำความผิดทางอาญาต่อสตรีมีครรภ์ตามทฤษฎีการเลือกอย่างมีเหตุผล อีกทั้งเป็นการลงโทษที่ได้สัดส่วนต่อการกระทำความผิดและเพิ่มความชัดเจนในการคุ้มครองความปลอดภัยของสตรีมีครรภ์และทารกในครรภ์ ผู้เขียนเห็นว่าควรเพิ่มเติมเหตุฉกรรจ์กรณีสตรีมีครรภ์ในผิดฐานฆ่าคนตาย ทำร้ายร่างกาย ข่มขืนกระทำชำเรา กระทำอนาจาร กรรโชกทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และความผิดต่อเสรีภาพ เนื่องจากความผิดเหล่านี้ผู้กระทำความผิดอาจแสวงหาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์ได้ และผลของการกระทำความผิดนอกจากจะกระทบต่อชีวิตและร่างกายของสตรีมีครรภ์แล้วยังกระทบต่อสิทธิที่จะมีชีวิตของทารกในครรภ์ด้วย
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ