|
ข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดนัด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดนัด |
| Creator | ปรางมาศ ตันพิพัฒน์ |
| Contributor | มุนินทร์ พงศาปาน, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | เจ้าหนี้ผิดนัด, การชำระหนี้, Default creditor, Performance of obligation |
| Abstract | หลักการเจ้าหนี้ผิดนัด ได้รับการยอมรับและมีการบัญญัติเป็นหลักกฎหมายพื้นฐานที่สำคัญตั้งแต่กฎหมายสมัยโรมัน ซึ่งเป็นหลักการที่มีพื้นฐานมาจากความบกพร่อง (Culpa)เหมือนดังเช่นหลักการลูกหนี้ผิดนัด กล่าวคือ การผิดนัดของเจ้าหนี้ เกิดจากการที่เจ้าหนี้ปฏิเสธที่จะรับชำระหนี้หรือไม่ให้ความร่วมมือในการรับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่ขอปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบซึ่งผลของการที่เจ้าหนี้ปฏิเสธนั้น นอกจากจะไม่ทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้แล้ว ยังอาจก่อให้เกิดภาระแก่ลูกหนี้ในการดูแลรักษาทรัพย์ที่จะต้องส่งมอบอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การที่เจ้าหนี้ปฏิเสธที่จะรับชำระหนี้หรือไม่ให้ความร่วมมือในการรับชำระหนี้จากการที่ลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบ เจ้าหนี้อาจไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดเสมอไป หากเป็นพฤติการณ์ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดนัด จากการศึกษาข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดนัดตามกฎหมายต่างประเทศ ทั้งประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายซีวิลลอว์ อย่างเช่นประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส และประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ อย่างเช่น ประเทศอังกฤษ พบว่า มีเพียงประเทศเยอรมนีเท่านั้น ที่มีการบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมัน ซึ่งแนวความคิดที่เกี่ยวข้องกับข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดนัดมีลักษณะคล้ายคลึงกับกฎหมายโรมัน กล่าวคือ กฎหมายโรมัน เห็นว่าเจ้าหนี้สามารถปฏิเสธการขอปฏิบัติการชำระหนี้จากลูกหนี้ได้ โดยเหตุที่เจ้าหนี้จะยกขึ้นกล่าวอ้างนั้นจะต้องมีเหตุผลเพียงพอที่สามารถรับฟังได้ หรือการปฏิเสธที่จะรับชำระหนี้จะต้องไม่ได้เกิดจากการกระทำของเจ้าหนี้หรือเกิดจากความผิดของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นจากความเจ็บป่วย หรือสภาพอากาศกฎหมายโรมันถือว่าเหตุดังกล่าวเจ้าหนี้ไม่สามารถที่จะกล่าวอ้างเพื่อให้ตนไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดได้ เช่นเดียวกับประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมันที่ได้มีการบัญญัติข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดนัดไว้อย่างชัดเจนใน 2 กรณี คือกรณีที่ลูกหนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะชำระหนี้ได้ตามมาตรา 297 และกรณีที่เจ้าหนี้มีเหตุขัดข้องชั่วคราวตามมาตรา 299 เมื่อพิจารณาหลักการเจ้าหนี้ผิดนัดตามกฎหมายไทย ซึ่งบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 207 ถึงมาตรา 212 พบว่า หลักการเจ้าหนี้ผิดนัดตามมาตรา 207ได้วางหลักการสำหรับกรณีที่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้ว่า เจ้าหนี้อาจไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด หากเจ้าหนี้มีมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ ซึ่งคำว่า “มูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้” หรือที่ถ้อยคำตามตัวบทภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Legal ground” ซึ่งหมายความถึง มูลเหตุหรือเหตุตามกฎหมาย ดังนั้น มูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ หมายความถึง ข้ออ้างที่เจ้าหนี้จะไม่รับชำระหนี้จะต้องมีกฎหมายสนับสนุน หรือมีกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ จึงต้องรวมถึงลักษณะของการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด 5 ส่วนที่ 1 ว่าด้วยการชำระหนี้ ตั้งแต่มาตรา 314 ถึงมาตรา 324 ด้วย ทั้งนี้ การที่บทบัญญัติมาตรา 207 บัญญัติในลักษณะดังกล่าว สามารถตีความได้ว่า เจ้าหนี้จะไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด ถ้าการไม่รับชำระหนี้นั้น เกิดจากการที่เจ้าหนี้มีมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลักการเจ้าหนี้ผิดนัดไม่ได้นำความผิดของเจ้าหนี้มาเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์การพิจารณาการผิดนัดซึ่งสอดคล้องกับหลักการเจ้าหนี้ผิดนัดตามกฎหมายโรมันและกฎหมายแพ่งเยอรมัน และสอดคล้องกับความเห็นของนักกฎหมายส่วนใหญ่ที่เห็นว่า เจ้าหนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องมีความผิด เจ้าหนี้ก็สามารถตกเป็นผู้ผิดนัดได้ และเมื่อพิจารณาข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดนัดที่บัญญัติไว้โดยตรงในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 211 และมาตรา 212 พบว่า การที่ลูกหนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะชำระหนี้ได้ตามมาตรา 211 นอกจากจะเป็นข้อยกเว้นของการขอปฏิบัติการชำระหนี้โดยตรงตามมาตรา 208 วรรคหนึ่งแล้ว ยังรวมถึงการบอกกล่าวเพื่อขอปฏิบัติการชำระหนี้ตามมาตรา 208 วรรคสองด้วย และสำหรับการพิจารณาเหตุขัดข้องชั่วคราวของเจ้าหนี้ตามมาตรา 212 ศาลควรจะนำหลักสุจริตตามมาตรา 5 มาใช้ประกอบการพิจารณา ทั้งในเรื่องของลักษณะของเหตุขัดข้องชั่วคราวที่จะต้องพิจารณาถึงสภาพสังคมในช่วงเวลานั้นๆ ประกอบกับประเพณีทางการค้าและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ทั้งนี้ ขนาดของเหตุขัดข้องชั่วคราวที่ไม่ทำให้เจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดจะต้องเป็นเหตุที่ไม่มีวิธีการอื่นที่เจ้าหนี้จะสามารถรับชำระหนี้ได้ หรือเจ้าหนี้ไม่สามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นรับชำระหนี้แทนได้ และสำหรับระยะเวลาในการบอกกล่าวล่วงหน้าโดยเวลาอันสมควร ไม่ควรมีหลักเกณฑ์ที่กำหนดแน่นอน ศาลควรพิจารณาระยะเวลาให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นสำหรับการพิจารณาว่าเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นจะเป็นหนึ่งในข้อยกเว้นของเจ้าหนี้ผิดตามมาตรา 212 หรือไม่นั้นต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของมาตรา 212 ประกอบด้วย และไม่ว่าเหตุสุดวิสัยจะมีความร้ายแรงเพียงใดหากเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 212 เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถอ้างเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นเป็นเหตุขัดข้องชั่วคราวตามมาตรา 212 ได้ |