การควบคุมการบริโภคยาสูบว่าด้วยการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ: ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายสิงคโปร์
รหัสดีโอไอ
Title การควบคุมการบริโภคยาสูบว่าด้วยการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ: ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายสิงคโปร์
Creator ชนาพิพัฒน์ เด่นนิติรัตน์
Contributor นิรมัย พิศแข มั่นจิตร, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword การบริโภคยาสูบ, ควันบุหรี่มือสอง, บุหรี่, Tobacco consumption, Secondhand tobacco smoke, Cigarettes
Abstract ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการบริโภคยาสูบ นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนภาครัฐต้องรับภาระที่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุข เพื่อป้องกันและรักษาผู้ที่เจ็บป่วยอันมีสาเหตุจากการบริโภคยาสูบ โดยผลิตภัณฑ์ยาสูบในปัจจุบันมีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมและมีการบริโภคอย่างแพร่หลาย คือ บุหรี่ซิกาแรต (Cigarettes) ทั้งนี้ ผลกระทบของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่สูบบุหรี่โดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการสูบบุหรี่ โดยปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพจากการได้รับควันบุหรี่โดยผู้ที่ได้รับควันบุหรี่จากผู้ที่สูบบุหรี่นั้น เรียกว่า Secondhand Smoke โดยในควันบุหรี่มือสองนั้น มีสารพิษอย่างน้อย 250 ชนิดซึ่งเป็นมลพิษที่เป็นสาเหตุของภาวะเจ็บป่วยที่รุนแรงทั้งในเด็กและผู้ใหญ่โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ โดยเลือกกฎหมายของประเทศสิงคโปร์ มาศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายของ ประเทศไทย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญเพื่อที่จะลดอุปสงค์ของการบริโภคยาสูบ โดยผลการศึกษาพบว่า การกำหนดรูปแบบของการจัดแบ่งพื้นที่เกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะตามกฎหมายสิงคโปร์แบ่งเป็นสามรูปแบบ คือ เขตปลอดบุหรี่ เขตปลอดบุหรี่แต่สามารถจัดเขตสูบบุหรี่เป็นการเฉพาะได้ และเขตสูบบุหรี่ โดยเขตปลอดบุหรี่นั้นสถานที่สาธารณะส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ การบัญญัติกฎหมายของสิงคโปร์มีบทบัญญัติที่ครอบคลุมและสามารถคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดให้ “พื้นที่ที่มีการต่อคิวเพื่อรับการบริการหรือกิจกรรมใดๆ ที่การเข้าแถวต่อคิวในสถานที่สาธารณะตั้งแต่ 2 คน”หรือการกำหนดให้พื้นที่ใดๆ ที่มีผู้คนตั้งแต่สองคนขึ้นไปในที่สาธารณะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่มีโทษปรับ $200 สำหรับประเทศไทย กฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ โดยแบ่งออกเป็นสามประเภท คือ ประเภทที่ 1 เขตปลอดบุหรี่ทั้งพื้นที่ ทั้งในอาคารและนอกอาคาร เช่น โรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม โรงเรียนกวดวิชา เป็นต้นประเภทที่ 2 เขตที่กำหนดให้เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นเขตปลอดบุหรี่ และสามารถจัดเขตสูบบุหรี่เป็นการเฉพาะได้ เช่น สนามบินระหว่างประเทศ สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ประเภทที่ 3 เขตที่กำหนดให้เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นเขตปลอดบุหรี่ และไม่สามารถจัดเขตสูบบุหรี่เป็นการเฉพาะได้ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ กำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ เฉพาะส่วนที่เป็นบริเวณอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น และกฎหมายยังห้ามมิให้ผู้ใดสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทสำหรับด้านการบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) กฎหมายสิงคโปร์มีบทบัญญัติในเรื่องอำนาจหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายการห้ามสูบบุหรี่สถานที่สาธารณะ มีอยู่ด้วยกันสองส่วนคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายมีอำนาจในการออกใบสั่งให้ชำระค่าปรับ ในกรณีที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ในส่วนของกฎหมายไทย ผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ มีสองส่วนเช่นเดียวกับกฎหมายสิงคโปร์คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย โดยอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายไทยนี้เป็นเพียงอำนาจ “ตรวจสอบหรือควบคุม” เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายจึงไม่มีอำนาจจับและไม่มีอำนาจค้นหรือยึด การดำเนินการตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งมีความแตกต่างจากประเทศสิงคโปร์อย่างเห็นได้ชัด นอกจากการบังคับใช้กฎหมายผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว หน่วยงานของรัฐถือได้ว่ามีความสำคัญ ในการช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้ด้วยความมีประสิทธิภาพโดยประเทศสิงคโปร์มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการกำหนดพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ คือ National Environment Agency – NEA โดยหน่วยงานดังกล่าวมีส่วนสำคัญ ในการควบคุมการสูบบุหรี่หรือการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ยกตัวอย่างเช่น NEA มีพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอำนาจออกใบสั่ง เพื่อให้ผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบนำไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ มีการจัดทำโครงการอาสาสมัคร เพื่อช่วยสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ อีกทั้งในกรณีที่มีการประกาศเพิ่มสถานที่ใหม่ๆ ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ NEA จะส่งเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครส่งพื้นที่ดังกล่าว ล่วงหน้า 3 เดือน เพื่อให้ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ว่าในอนาคตพื้นที่ดังกล่าวกำลังจะถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ห้าม สูบบุหรี่ อีกทั้ง NEA ได้การจัดทำคู่มือเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะเพื่อนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง เช่น วิธีปฏิบัติเมื่อต้องเจรจากับผู้ที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบบุหรี่ ตลอดจนมีช่องทางการติดต่อที่สะดวก รวดเร็ว เพื่อขอรับคำแนะนำจาก NEA เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ