|
การศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ: ศึกษาเฉพาะกรณีทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรีกับทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ: ศึกษาเฉพาะกรณีทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรีกับทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา |
| Creator | ชวลิต อุดมศรี |
| Contributor | พงษ์กฤษณ์ มงคลสินธุ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2559 |
| Keyword | การบำบัดฟื้นฟู, ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ, Rehabilitation, Correctional institution for drug addicts |
| Abstract | การศึกษาเรื่อง “การศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ: ศึกษาเฉพาะกรณีทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรีกับ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ และเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขังที่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ กลุ่มประชากร คือ เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรี 55 คน และเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษอยุธยา 70 คน รวมทั้งสิ้น 125 คน โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงปริมาณ ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือที่เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ประกอบด้วยค่าร้อยละ (Percentage) ค่ามัชฌิมเลขคณิต (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการศึกษาพบว่าจากการศึกษาปัจจัยด้านอายุของกลุ่มประชากร ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 31-40 ปี (ร้อยละ44.0) มีสถานภาพโสด (ร้อยละ 41.6) จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (ร้อยละ 57.6) เป็นข้าราชการระดับปฏิบัติการ (ร้อยละ36.0) และส่วนใหญ่เป็นนักทัณฑวิทยา (ร้อยละ 45.6) มีอายุราชการ ที่ปฏิบัติงานน้อยกว่า 5 ปี (ร้อยละ28.0) และมีประสบการณ์ในการอบรมผู้ต้องขัง (ร้อยละ 60.0) แต่ในขณะเดียวกันไม่มีประสบการณ์ในการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขัง(ร้อยละ 53.6) ในขณะที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้าน “การบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขัง” (ร้อยละ 38.0) และการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่บำบัดฟื้นฟูแก้ไข เนื่องจากได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการบำบัดฟื้นฟูแก้ไข (ร้อยละ 68.0) และเห็นด้วยว่าการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขังสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่เหมาะสม (ร้อยละ 71.2) โดยภาพรวมปัญหาและอุปสรรคในการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.59 โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ดังนี้ด้านเจ้าหน้าที่ มีค่าเฉลี่ย 4.02 รองลงมา ด้านผู้ต้องขัง มีค่าเฉลี่ย 3.74 ด้านสถานที่/วัสดุอุปกรณ์มีค่าเฉลี่ย 3.73 ด้านงบประมาณ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.26 และด้านบำบัดฟื้นฟูแก้ไข มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.20 จากผลการศึกษา ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะ ด้านเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ควรเพิ่มกำลังคนมาช่วยงานเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษโดยขอความร่วมมือจากผู้มีจิตอาสาจากภาคประชาชนเข้ามาช่วยงานในทัณฑสถานบำบัดพิเศษ เช่น งานด้านการควบคุมผู้ต้องขังคดียาเสพติด ด้านผู้ต้องขังกรมราชทัณฑ์ควรเน้นการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ต้องขัง โดยแจ้งให้ผู้ต้องขังทราบถึงสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากการปรับพฤติกรรมของพวกเขา เช่น การได้รับคำปรึกษาแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติจนสามารถเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ และความเชื่อของตัวผู้ต้องขังได้ ด้านสถานที่กรมราชทัณฑ์ควรพัฒนาปรับปรุงทัณฑสถานบำบัดฯ ให้มีความเหมาะสมกับการบำบัดแก้ไขอย่างแท้จริง โดยมีระบบการแยกควบคุมผู้ต้องขัง (Segregation) ซึ่งสามารถแยกได้ตามเพศของผู้ต้องขัง แยกตามลักษณะของผู้กระทำความผิด กล่าวคือ แยกผู้วิกลจริตหรือจิตไม่ปกติไปควบคุมไว้ในเรือนจำพิเศษโดยเฉพาะ รวมทั้งควรมีการแยกควบคุมผู้ต้องขังที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาไว้ต่างหากไม่ปะปนกันกับผู้ต้องขังที่ถูกลงโทษตามคำพิพากษาแล้ว ด้านงบประมาณกรมราชทัณฑ์ควรจัดตั้งกองทุนบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในทัณฑสถานบำบัดพิเศษโดยระดมเงินทุนจากหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และรายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง อาทิเช่น เงินสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) เพื่อสนับสนุนงานบำบัดฟื้นฟูให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และด้านการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขกรมราชทัณฑ์ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำทุกประเภทให้เหมาะสมโดยต้องใช้หลักผสมผสานความสมดุลระหว่างการควบคุมผู้ต้องขังไว้ในเรือนจำมิให้หลบหนีหรือก่อเหตุร้ายเพื่อให้สังคมทั่วไปและประชาชนมีความเชื่อมั่นในระบบเรือนจำ ขณะเดียวกันในระหว่างต้องโทษจำคุกจะต้องให้มีการอบรม แก้ไข บำบัด ฟื้นฟูพฤติกรรมของผู้ต้องขัง ตามประเภทฐานความผิด อายุ และเพศของผู้ต้องขัง |