|
แนวทางการพัฒนาการออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างสำหรับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | แนวทางการพัฒนาการออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างสำหรับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย |
| Creator | ชัยภัทร์ คัมภีรคุปต์ |
| Contributor | พรระพีพัฒน์ ภาสบุตร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2558 |
| Keyword | ธนาคารพาณิชย์, ระบบแสงสว่าง, มาตรฐานความส่องสว่าง, ภาวะเศรษฐกิจ, สาธารณูปโภคไฟฟ้า, นโยบายของรัฐ, Commercial bank, Lighting system, Standard illuminance |
| Abstract | งานวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแนวทางการออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างสำหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย โดยการศึกษาลักษณะการใช้พลังงานของธนาคารพาณิชย์ ในปัจจุบันโดยใช้ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารตัวอย่าง ทำการพิจารณาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานความส่องสว่างของสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานสากล CIE (Commission Internationale Dle’Eclairage) พื้นที่ในธนาคารสาขาแบ่งออกเป็น 4 พื้นที่คือ พื้นที่สำหรับลูกค้าบริการตนเอง (Self Service Smart Banking Area) พื้นที่โถงทำการและพื้นที่พักคอย (Front Office Area) พื้นที่ทำการเจ้าหน้าที่ธนาคาร (Back Office Area) รวมถึงระบบไฟฟ้าภายในไฟป้ายต่างๆ ระบบไฟฟ้าเดิมที่ติดตั้งใช้งานคือ ดวงโคมดาวไลท์ หลอดฮาโลเจน 50 วัตต์ ชนิด MR16 ดวงโคมดาวไลท์หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ 2x26 วัตต์ หลอดฟลูออเรสเซนต์ 2x36 วัตต์ และหลอดฟลูออเรสเซนต์ 2x18 วัตต์ ศึกษาแนวทางการออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างใหม่โดยพิจารณาการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม คือเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง (แอลอีดี) เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าของระบบไฟฟ้า ในการวิจัยนี้ ใช้โปรแกรมออกแบบไฟฟ้าแสงสว่าง DIALux ทำการคำนวณความเข้มแสงสว่าง และการกระจายแสงในแต่ละพื้นที่ นำผลจากการออกแบบมาทำการทดสอบติดตั้งจริงกับสาขาเปิดใหม่ และสาขาเดิมในห้างสรรพสินค้า ผลจากการวิเคราะห์ เปรียบเทียบในด้านพลังงาน และความเข้มของแสงสว่าง นำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุน เปรียบเทียบกับค่าพลังงานไฟฟ้าโครงการสามารถลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 52 ที่ความเข้มของแสงสว่างตามมาตรฐาน อีกทั้งหลอดแอลอีดียังมีอายุการใช้งานมากกว่าหลอดเดิม 3 เท่าตัว ภาพรวมของโครงการเปลี่ยนเป็นหลอดแอลอีดี ต้องใช้เงินลงทุน 269,012.- บาท โครงการสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ 16,269 หน่วยต่อปี คิดเป็นผลประหยัดค่าไฟได้ 58,570.- บาทต่อปี ต่อสาขา มีระยะเวลาคืนทุน 4.59 ปี มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 167,577.93 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนภายในร้อยละ 14.73 ซึ่งเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน กรณีขยายผลโครงการเปลี่ยนเป็นหลอดแอลอีดีสำหรับธนาคารสาขาทั้งหมดของประเทศไทยจำนวน 8,000 สาขา จะสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 7,418,878 หน่วยต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 70,518 ตันต่อปี งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงการบริหารพลังงาน ที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้กับธนาคารทั้งหมดในประเทศไทยได้ รวมถึงเป็นข้อมูลสนับสนุนเพื่อการนำเสนอภาครัฐ ในการพัฒนาประสิทธิภาพของการใช้พลังงานได้ |