|
ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้ชายอ้วน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้ชายอ้วน |
| Creator | วริศ อนันต์สกุลวัฒน์ |
| Contributor | กิตติ สิริพัลลภ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | เสื้อผ้า, คนอ้วน, ผู้ชาย, ปัจจัยในการเลือกซื้อเสื้อผ้า, พฤติกรรมในการเลือกซื้อเสื้อผ้า, Clothes, Overweighed men, Factor influencing decision, Buying behavior |
| Abstract | ปัจจุบัน คำว่า “เสื้อผ้า” ต้องมาพร้อมกับคำว่า “แฟชั่น” เสมอ การที่ธุรกิจใดจะอยู่รอดได้ในปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเองหรือเป็นธุรกิจเพื่อเจาะจงเฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคนอ้วน เข้าเกณฑ์ดังกล่าวและยังไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้ประกอบกิจการในประเทศไทย ในขณะที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มคนอ้วนนี้ ต้องการเครื่องแต่งกายที่สามารถช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจ แต่มีตัวเลือกไม่มากนักในตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้ชายอ้วนที่มีจำนวนกว่าร้อยละ 30 ของคนอ้วน แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากนักการตลาดเท่าที่ควร ทั้งๆที่เป็นกลุ่มที่นักการตลาดควรให้ความสนใจไม่แพ้กลุ่มผู้ชายปกติหรือผู้หญิงอ้วน เพราะกลุ่มผู้ชายอ้วนเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันต่ำและมีจำนวนมากเพียงพอต่อการทำกำไร ผู้วิจัยเล็งเห็นโอกาสในกลุ่มผู้ชายอ้วน จึงนำมาสู่คำถามวิจัย ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้ชายอ้วนแตกต่างหรือเหมือนกันหรือไม่อย่างไรเมื่อมีลักษณะประชากรศาสตร์ซึ่งคือ อายุ สถานภาพ วุฒิการศึกษา อาชีพ และรายได้แตกต่างกัน ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้ชายอ้วนแตกต่างหรือเหมือนกันหรือไม่อย่างไรเมื่อมีความใส่ใจในการแต่งตัว (ความเกี่ยวพันกับเสื้อผ้า) แตกต่างกัน และ พฤติกรรมในการเลือกซื้อเสื้อผ้า รูปแบบของเสื้อผ้าที่ตรงกับความต้องการของผู้ชายอ้วนเป็นอย่างไร โดยผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานสองส่วนเพื่อตอบคำถามวิจัยดังกล่าว ได้แก่ ผู้ชายอ้วนที่มีอายุ สถานภาพ วุฒิการศึกษา อาชีพ และรายได้แตกต่างกันจะให้ความสำคัญกับปัจจัยการเลือกซื้อเสื้อผ้าแตกต่างกัน และผู้ชายอ้วนที่มีความเกี่ยวพันกับเสื้อผ้าแตกต่างกันจะให้ความสำคัญกับปัจจัยการเลือกซื้อเสื้อผ้าแตกต่างกันการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) จากการเก็บข้อมูลของกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ผ่านแบบสอบถาม และแบบสอบถามออนไลน์ ทั้งนี้จะกำหนดขอบเขตการศึกษาเพียงกลุ่มผู้ชายอ้วนที่รอบเอวมากกว่า 36 นิ้ว มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) และการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยในแต่ละกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน (Independent samples T-test และ One-Way ANOVA) จากผลการศึกษาพบเรื่องที่น่าสนใจดังนี้ ปัจจัยในการเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้ชายอ้วน ได้แก่ ตราสินค้า ผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการขาย โดยให้ความสำคัญกับด้านผลิตภัณฑ์มากที่สุดโดยเฉพาะในเรื่องสวมใส่สบายและมีขนาดที่ใส่พอดี มีเพียงอายุและสถานภาพที่ส่งผลต่อการให้ความสำคัญกับช่องทางการจัดจำหน่าย และรายได้ส่งผลต่อการให้ความสำคัญกับราคา ในขณะที่ความเกี่ยวพันกับเสื้อผ้าส่งผลต่อปัจจัยในการเลือกซื้อทั้ง 5 ปัจจัย โดยพบว่ายิ่งมีความเกี่ยวพันกับเสื้อผ้ามาก ยิ่งให้ความสำคัญกับแต่ละปัจจัยมาก ส่วนในด้านพฤติกรรมและความชอบของผู้ชายอ้วน พบว่า ผู้ชายอ้วนส่วนใหญ่ซื้อเสื้อผ้าน้อยกว่า 1 ครั้งต่อเดือน ซื้อเฉลี่ย 2 ชิ้นต่อครั้ง ที่ราคา 201-400 บาทต่อชิ้น ซื้อเมื่อตัวเก่าใส่ไม่ได้หรือมีการลดราคา ซื้อจากร้านค้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้า ซื้อเสื้อผ้าสีเข้ม สีพื้น ไม่มีลวดลายเป็นประจำ โดยซื้อเสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขายาว และกางเกงขาสั้น เป็นประจำ แต่หาไซส์กางเกงขายาว เสื้อเชิ้ตแขนยาว และกางเกงขาสั้น ได้ยาก ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนทางการตลาดกับร้านเสื้อผ้าคนอ้วนได้ ดังนี้ สินค้าที่ขายควรจะมีโทนสีเข้ม ไม่มีลวดลาย โดยควรเป็นประเภท เสื้อยืดแขนสั้น เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงขาสั้น และกางเกงขายาว โดยควรสื่อสารผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตว่าเป็นเสื้อผ้าที่มีไซส์พิเศษสำหรับกลุ่มผู้ชายอ้วนและสวมใส่สบายมากกว่าการเน้นความแปลกใหม่หรือความสวยงามของสินค้าและสื่อสารถึงคุณภาพของสินค้ามากกว่าการจูงใจด้วยราคาเพราะคนอ้วนยอมจ่ายมากขึ้นกับคุณภาพสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นสร้างความผูกพันกับร้าน สร้างสิ่งที่จูงใจให้ผู้ชายอ้วนกลับมาที่ร้านอีกครั้งมากกว่าจะให้ซื้อสินค้ามากกว่า 1 ชิ้นในครั้งเดียวเพราะเป็นกลุ่มที่มี Loyalty ในร้านที่ตนเองชอบสูง ด้วยพนักงานที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เพศหญิง รูปร่างดี และแต่งตัวดี โดยมีบริการเสริมที่ขาดไม่ได้คือการทดลองสวมใส่ได้และบริการเปลี่ยนคืนเมือสินค้ามีปัญหา นอกจากนี้ ถ้าร้านค้าตั้งใจจะจับกลุ่มผู้ชายวัยทำงานขึ้นไปหรือมีคู่ครองหรือครอบครัวแล้ว ควรจะให้ความสำคัญกับช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่จอดรถ สถานที่ใกล้แหล่งชุมชนหรือมีจำนวนสาขาครอบคลุม |