การศึกษาแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนโดยใช้กระบวนการ A-I-C: กรณีศึกษาโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนโดยใช้กระบวนการ A-I-C: กรณีศึกษาโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา
Creator รุจิรารักษ์ บุญยอด
Contributor เกษร สำเภาทอง, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2557
Keyword การจัดการขยะมูลฝอย, กระบวนการ A-I-C, จังหวัดนครราชสีมา, Waste management, A-I-C procedures, Nakhon Ratchasima Province
Abstract การศึกษาแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนโดยใช้กระบวนการ A-I-C : กรณีศึกษาโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรคในการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ครู/เจ้าหน้าที่ นักเรียน และผู้ประกอบการร้านอาหารโดยใช้กระบวนการ A-I-C ในการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา และ 3) เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา ให้มีประสิทธิภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู/เจ้าหน้าที่ นักเรียน และผู้ประกอบการร้านอาหารในโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 325 คน เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เช่น แบบบันทึกสำรวจข้อมูล การประชุมด้วยกระบวนการ A-I-C และการใช้แบบสอบถาม ใช้สถิติเชิงพรรณนา ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัย พบว่า1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นนักเรียน มีจำนวน 299 คน คิดเป็นร้อยละ 92.0 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีจำนวน 267 คน คิดเป็นร้อยละ 82.5 มีอายุระหว่าง 11-15 ปี มีจำนวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 50.8 มีระดับการศึกษา ม.1-ม.3 มีจำนวน 153 คน คิดเป็นร้อยละ 47.1 มีตำแหน่งหน้าที่ นักเรียน มีจำนวน 299 คน คิดเป็นร้อยละ 92.0 ส่วนใหญ่ไม่มีรายได้มีจำนวน 191 คน คิดเป็นร้อยละ 58.8 ไม่ได้รับข่าวสารขยะมูลฝอยจากแหล่งข่าวใด มีจำนวน 181 คน คิดเป็นร้อยละ 55.7 ทราบข้อมูลข่าวสารที่ได้รับในการจัดการขยะมูลฝอยในเรื่อง ข้อมูลอื่นๆ การนำไปจำหน่าย มีจำนวน 103 คน คิดเป็นร้อยละ 71.53 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับขยะมูลฝอยในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ย 6.10 โดยมีคนตอบได้คะแนนมากที่สุด 12 คะแนน และน้อยที่สุด 2 คะแนน โดยความรู้ ความเข้าใจที่กลุ่มตัวอย่างมีมากที่สุด 3 อับดับแรก ได้แก่ อับดับที่ 1 ขยะประเภทรีไซเคิล เช่นขวดแก้ว พลาสติก โลหะสามารถนำไปขายได้ อับดับที่ 2 ขยะทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ชุมชนไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ซึ่งสอดคล้องกับการที่กลุ่มตัวอย่างตอบถูกมากเป็น อันดับที่ 3 คือ การคัดแยกขยะก่อนทิ้งช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และข้อคำถามที่กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ ความเข้าใจน้อย 3 อันดับแรกได้แก่ ขยะเปียกสามารถนำมาทำปุ๋ยหมักได้ การลดปริมาณขยะทำได้โดย การคัดแยกขยะ ณ แหล่งกำเนิด และถุงขนม ห่อลูกอม คือขยะทั่วไป ย่อยสลายยาก และไม่คุ้มค่ากับการนำมาใช้ใหม่ ต้องทิ้งในถังขยะสีน้ำเงิน ตามลำดับ สำหรับทัศนคติด้านการจัดการขยะมูลฝอยของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.76 สามารถจำแนกทัศนคติ 3 อันดับที่กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นมากที่สุด ได้แก่ อันดับที่ 1 กลุ่มตัวอย่างยินดีที่จะช่วยคัดแยกขยะไว้ขายเพื่อแปรรูปใหม่อย่างสม่ำเสมอ อยู่ในระดับสูง อันดับที่ 2 การจัดการขยะที่ถูกต้องควรกำจัดขยะให้ถูกประเภทอยู่ในระดับสูง และ อันดับที่ 3 กลุ่มตัวอย่างจะทำการคัดแยกขยะเมื่อท่านมีเวลา อยู่ในระดับสูง ตามลำดับ ด้านพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.67 สามารถจำแนกพฤติกรรมที่ทำบ่อย 3 อันดับที่ ได้แก่ อันดับที่ 1 กลุ่มตัวอย่างจะทิ้งขยะประเภทน้ำอัดลม ขวดแก้ว ลงในถังขยะรีไซเคิล อยู่ในระดับปานกลาง อันดับที่ 2 กลุ่มตัวอย่างทิ้งขยะในถังขยะทุกครั้ง อยู่ในระดับปานกลาง และอันดับที่ 3 กลุ่มตัวอย่างปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนในการจัดการขยะ อยู่ในระดับต่ำ ตามลำดับ และพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการรวบรวมขยะของเทศบาล โดยเฉลี่ย 4.36 อยู่ในระดับเหมาะสมมาก โดยมีคนให้คะแนนมากที่สุด 5 คะแนน และน้อยที่สุด 1 คะแนน 2. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ครู/เจ้าหน้าที่ นักเรียน และผู้ประกอบการร้านอาหารโดยใช้กระบวนการ A-I-C ในการหาแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา พบว่า ผู้เข้าร่วมประชุมในกระบวนการ A-I-C มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหา โดยเฉพาะนักเรียนมีส่วนร่วมมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการวางแผน มีส่วนร่วมในผลประโยชน์ โดยมีการร่วมเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์จากขยะ และมีส่วนร่วมในการปรับปรุงแผนขั้นตอนการทำกิจกรรมของโครงการ มีการปรึกษาหารือกับเพื่อนสมาชิกเพื่อทบทวนรูปแบบการดำเนินงานของโครงการให้เหมาะสม3. แนวทางการจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมา พบว่า จากการประชุมด้วยกระบวนการ A-I-C ผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอแนวทาง/โครงการ จำนวน 2 โครงการด้วยกัน ได้แก่ โครงการสร้างถังขยะแบบแยกประเภท และโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครราชสีมาเป็นอย่างยิ่ง ถ้าทุกคนได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนก็จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาการแนวทางการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำแผนงาน/โครงการที่ได้จากกระบวนการ A-I-C ไปใช้ ทั้งโครงการสร้างถังขยะแบบแยกประเภทและ โครงการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิลนั้น จะสามารถลดปริมาณลงขยะได้ ทำให้ภายในโรงเรียนสะอาดน่าอยู่ ลดแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงนำโรค สร้างรายได้ให้แก่นักเรียนที่นำขยะรีไซเคิลมาฝากกับธนาคารขยะอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกขยะก่อนทิ้งลงถัง ซึ่งคุณลักษณะนี้จะติดตัวนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการไปตลอด และสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนภายนอกโรงเรียนได้อีกด้วย
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ