ผลของการใช้น้ำหมักชีวภาพต่อการเจริญเติบโตผลผลิตและคุณภาพของเมล่อน
รหัสดีโอไอ
Title ผลของการใช้น้ำหมักชีวภาพต่อการเจริญเติบโตผลผลิตและคุณภาพของเมล่อน
Creator นวรัตน์ ดีชุมแสง
Publisher มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Publication Year 2561
Keyword ปุ๋ยชีวภาพ, เมล่อน--การเจริญเติบโต
Abstract การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสูตรน้ำหมักชีวภาพต่างๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตผลผลิต และคุณภาพของผลผลิตของเมล่อนวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ จำนวน 5 ทรีตเมนต์ ๆ ละ 4 ซ้ำ ได้แก่ (1) ปุ๋ยเคมี(ควบคุม) อัตรา 30 ซีซี ต่อน้ำ 5 ลิตร (2) น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ อัตรา 30 ซีซี ต่อน้ำ 5 ลิตร (3) น้ำหมักชีวภาพจากนมสด อัตรา 30 ซีซี ต่อน้ำ 5 ลิตร (4) น้ำหมักชีวภาพจากไข่ อัตรา 30 ซีซี ต่อน้ำ 5 ลิตร และ (5) น้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย อัตรา 30 ซีซี ต่อน้ำ 5 ลิตร เก็บข้อมูลการเจริญเติบโต ผลผลิต และคุณภาพของผลผลิตของเมล่อน วิเคราะห์ความแปรปรวน และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยโดยวิธี DMRT ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 จากการศึกษาพบว่า การเจริญเตีบโตทางลำต้นของเมล่อนในแต่ละทรีตเมนต์มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยน้ำหมักชีวภาพจากไข่มีผลให้ความสูงของต้นเมล่อนสูงสุด เท่ากับ 1,537.70 เซนติเมตร น้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วยและปุ๋ยเคมีมีความสูงของต้นเมล่อนต่ำสุด เท่ากับ 1,288.80 และ 1,310.50 เซนติเมตร ตามลำดับ เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นเมล่อนมีค่าสูงสุดเท่ากับ 6.59 เซนติเมตรจากการใช้น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ ในทางตรงข้ามการใช้ปุ๋ยเคมีมีค่าเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นเมล่อนต่ำสุดเท่ากับ 5.46 เซนติเมตร ความกว้างใบ ความยาวใบและจำนวนใบของเมล่อนในแต่ละทรีตเมนต์ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-0.05)นอกจากนี้ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต พบว่าเส้นรอบวงผลเมล่อนและน้ำหนักผลเมล่อนในทุกทรีตเมนต์ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยค่าความหวานของเมล่อนมากที่สุดเมื่อได้รับน้ำหมักชีวภาพจากหน่อยกล้วยเท่ากับ 13.75 บริกส์ และเมื่อได้รับน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้เท่ากับ 13.09 บริกส์ || The objectives of this research were to study how fermented bio-extractformulations affected the growth, yield and quality of melon.Experimental design was Completely Randomized Design (CRD) with 5treatments and 4 replications. The treatments were (1) chemical fertilizer (control),rate of 30 c.c. to 5 liters of water; (2) fermented bio-extract from fruit, rate of 30 c.c.to 5 liters of water; (3) fermented bio-extract from fresh milk, rate of 30 c.c. to 5 litersof water; (4) fermented bio-extract from egg, rate of 30 c.c. to 5 liters of water; and(5) fermented bio-extract from banana shoot, rate of 30 c.c. to 5 liters of water. Dataon the growth, yield and quality of melon were collected. Analysis of variance wasperformed and means among treatments were compared using Duncan’s NewMultiple Range Test (DMRT) at 0.05 confidence.The study found that the mean stem growth of melon in each treatmentwas statistically significantly different (p<0.05). The highest mean height of melonplants (1,537.70 centimeters) was observed in the treatment group with fermentedbio-extract from egg, while the groups with fermented bio-extract from banana shootand chemical fertilizer exhibited the lowest mean heights at 1,288.80 and 1,310.50centimeters, respectively. The largest mean stem diameter (6.59 centimeters) wasobserved in the treatment group using fermented bio-extract from fruit. On the contrary,the treatment group using chemical fertilizer had the lowest mean stem diameter at5.46 centimeters. No statistically significant difference was observed in leaf width,leaf length and number of leaves between the different treatment groups (p>0.05).Moreover, at harvest the diameter of fruit and the weight of melons from all treatmentgroups were not statistically different (p<0.05). The highest sweetness of melons were13.75 brix when they obtained from fermented bio-extract from banana shoot and13.09 brix with fermented bio-extract from fruit
URL Website https://repository.stou.ac.th
Website title STOU Digital Repository
Sukhothai Thammathirat Open University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ