การพัฒนาแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยกาบหมาก
รหัสดีโอไอ
Title การพัฒนาแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยกาบหมาก
Creator ระวิวรรณ สหัสธรรมรังษี
Contributor วิทิต ปานสุข, ณัฐพร โทณานนท์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2554
Keyword ซีเมนต์เสริมแรง, ซีเมนต์เส้นใย, ตัวเสริมแรงแบบเส้นใย, วัสดุเชิงประกอบ
Abstract งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการนำเส้นใยกาบหมาก ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงให้กับซีเมนต์เพสต์ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อพัฒนาแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยกาบหมากให้มีการจัดเรียงตัวของเส้นใย มีปริมาณเส้นใยและอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมที่ให้ค่าความต้านแรงดัดมากที่สุดและเพื่อศึกษาอิทธิพลของตัวแปรต่างๆคือ ปริมาณเส้นใยโดยปริมาตร การจัดเรียงตัวของเส้นใย อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ และการขึ้นรูปโดยใช้การอัดความดันซึ่งควบคุมปริมาตรของแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยก่อนและหลังการขึ้นรูป ที่มีผลต่อคุณสมบัติเชิงกลและเชิงกายภาพของแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยกาบหมาก การศึกษานี้แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ส่วนแรก ศึกษาการจัดเรียงตัวและความยาวของเส้นใย ส่วนที่สอง ศึกษาอัตราส่วนผสมของแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยโดยใช้การจัดเรียงและความยาวเส้นใยในส่วนที่แรก ในส่วนสุดท้าย ศึกษาคุณสมบัติเชิงกลและเชิงกายภาพของแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยกาบหมากประกอบด้วย ทดสอบความหนาแน่น ปริมาณความชื้น ค่าการดูดซึมน้ำ ความต้านแรงดัด มอดุลัสยืดหยุ่น ค่าความเป็นกรด/ด่างที่ผิวหน้า ความต้านการรั่วซึม การนำความร้อน การเลื่อย การตอก/ถอนตะปู และสกรู ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน ASTM 1185 และ มอก.1427 และเปรียบเทียบคุณสมบัติของแผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยกาบหมากกับผลิตภัณฑ์ที่ขายตามท้องตลาดและงานวิจัยที่ผ่านมา ผลการศึกษาพบว่าเส้นใยที่ผสมในแผ่นลักษณะแบบสุ่มที่อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ 0.5 และปริมาณเส้นใย 8% โดยปริมาตร เป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมที่ให้ค่าความต้านแรงดัดมากที่สุด และจากการทดลองนำเส้นใยมาผสมในซีเมนต์เพสต์จะทำให้มีปริมาณความชื้น ค่าการดูดซึมน้ำและค่าความต้านแรงดัดเพิ่มขึ้นแต่ค่าความหนาแน่นและมอดุลัสยืดหยุ่นลดลง นอกจากนี้แผ่นซีเมนต์เสริมเส้นใยธรรมชาติยังสามารถเป็นฉนวนกันความร้อนได้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ