การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์การบัญชีเบื้องต้น ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการอาชีพชุมพรโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับเกม Blooket
รหัสดีโอไอ
Creator สุภาภรณ์ เดชมณี
Title การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์การบัญชีเบื้องต้น ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการอาชีพชุมพรโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับเกม Blooket
Contributor นิชานาถ พรหมเดช, แมน เชื้อบางแก้ว
Publisher สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
Publication Year 2569
Journal Title วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา
Journal Vol. 10
Journal No. 2
Page no. 41-51
Keyword ทักษะการคิดวิเคราะห์, การจัดการเรียนรู้แบบ STAD, เกม Blooket
URL Website https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ve-irj
Website title วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา
ISSN 3027-687X
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์การบัญชีเบื้องต้น ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการอาชีพชุมพร โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับเกม Blooket และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับเกม Blooket กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 จำนวน 15 คน ในภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2568 วิทยาลัยการอาชีพชุมพร โดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับเกม Blooket 2) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาการบัญชีเบื้องต้น และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับ เกม Blooket สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์การบัญชีเบื้องต้นของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการอาชีพชุมพร โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับเกม Blooket พบว่า นักเรียนในกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน 12.33 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.75 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน 17.53 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.80 คะแนนเฉลี่ยผลการเรียนหลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่าวิธีการดังกล่าวช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ พบว่า โดยภาพรวมความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ย 4.53 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.45 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุดได้แก่ การให้คะแนนของครูมีความยุติธรรมและโปร่งใส ค่าเฉลี่ย 4.93 และค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน 0.25 ครูให้โอกาสในการสะท้อนความคิดเห็นหรือประเมินตนเอง และเห็นพัฒนาการของตนเองชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเริ่มเรียน ค่าเฉลี่ย 4.80 และค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน 0.40 ขณะที่ข้ออื่น ๆ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้รูปแบบดังกล่าวในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนว่านักเรียนมีความพึงพอใจ ต่อรูปแบบการเรียนรู้นี้ในระดับสูงมาก
สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ