|
เปรียบเทียบผลการจัดการตนเองผ่านระบบบริการสุขภาพทางไกลกับการให้บริการแบบดั้งเดิม ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ฐนิตา สมตน |
| Title | เปรียบเทียบผลการจัดการตนเองผ่านระบบบริการสุขภาพทางไกลกับการให้บริการแบบดั้งเดิม ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี |
| Publisher | โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารวิชาการแพทย์เขต 11 |
| Journal Vol. | 38 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 94-104 |
| Keyword | ระบบบริการสุขภาพทางไกล, การให้บริการแบบดั้งเดิม, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ |
| Website title | Thaijo |
| ISSN | 3088-2435 |
| Abstract | ที่มาและวัตถุประสงค์: ระบบบริการสุขภาพการแพทย์ทางไกล (telemedicine) เป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมด้านการรักษาทางด้านการแพทย์ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว เอื้อประโยชน์ในการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด19 ในเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจใช้ทดแทนการรักษาแบบดั้งเดิม ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาเปรียบเทียบค่าระดับน้ำตาลในเลือดและพฤติกรรมในกลุ่มที่ให้การดูแลผ่านระบบบริการสุขภาพทางไกล (telemedicine) และกลุ่มควบคุมที่มีการจัดบริการเคลื่อนที่ภายในเรือนจำวัสดุและวิธีการ: เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental study) กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานในเรือนจำทั้งหมด 45 รายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2566 - 1 เมษายน 2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา เปรียบเทียบพฤติกรรมและระดับน้ำตาลในเลือดก่อนหลังเข้าร่วมวิจัยของทั้ง 2 กลุ่ม โดยใช้สถิติ Independent t test และ Paired t-testผลการศึกษา: กลุ่มผู้ป่วยจำนวน 45 คน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองทั้ง 2 กลุ่ม พบว่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองกลุ่มที่ให้การดูแลผ่านระบบบริการสุขภาพทางไกล (telemedicine) (=3.09, S.D.= 0.33) มากกว่ากลุ่มที่มีการจัดบริการแพทย์เคลื่อนที่ภายในเรือนจำ (In-person) (=2.94, S.D.= 0.33) เล็กน้อย อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.14) เปรียบเทียบการควบคุมระดับน้ำตาลด้วยสถิติ Independent t-test พบว่าทั้ง 2 กลุ่มผู้ป่วยมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น โดยกลุ่มที่ได้รับดูแลด้วยการแพทย์ทางไกลมีระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) และน้ำตาลสะสม (Hba1C) ลดลงน้อยกว่าการแพทย์เคลื่อนที่ (Tele: Pre FBS =119.8 ,Post FBS =114.4), (In-person:Pre FBS =128.9 ,Post FBS =125.2), (Tele:Pre Hba1c =7.1, In-person:Post Hba1c =6.9) และ (In-person:Pre Hba1c =7.9 ,Post Hba1c =6.9) ตามลำดับอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความต่างการควบคุมระดับน้ำตาลของทั้ง 2 กลุ่มเมื่อครบ 3 เดือน ด้วยสถิติ Pair t-test พบว่าระดับน้ำตาลสะสมในกลุ่มให้บริการการแพทย์ทางไกลลดลง 0.21% อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.46) และการลดลงของระดับน้ำตาลสะสมในกลุ่มแพทย์เคลื่อนที่ 1.11% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05)สรุปผล: การดูแลผ่านระบบบริการสุขภาพทางไกลสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นเดียวกับการจัดบริการเคลื่อนที่ เป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการของผู้ต้องขังทดแทนการใช้การรักษาแบบเดิมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาโดยผู้ต้องขังไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามารักษาในโรงพยาบาลสามารถได้รับการวินิจฉัย ตรวจรักษาจากแพทย์ เพิ่มความรวดเร็วและลดภาระงานของแพทย์ในการเดินทางไปให้บริการ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดูแลด้วยการแพทย์ทางไกลในเรือนจำ |