ผลการทดสอบสารก่อภูมิแพ้โดยวิธีสะกิดผิวหนังในผู้ป่วยเด็กโรคภูมิแพ้ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
รหัสดีโอไอ
Creator ณัฐติยา กิติพิพัฒน์
Title ผลการทดสอบสารก่อภูมิแพ้โดยวิธีสะกิดผิวหนังในผู้ป่วยเด็กโรคภูมิแพ้ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
Publisher โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
Publication Year 2565
Journal Title วารสารวิชาการแพทย์เขต 11
Journal Vol. 36
Journal No. 3
Page no. 28-38
Keyword โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ, สารก่อภูมิแพ้, การทดสอบโดยการสะกิดผิวหนัง
URL Website https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ
Website title Thaijo
ISSN 3088-2435
Abstract ที่มา ปัจจุบันโรคภูมิแพ้ในผู้ป่วยเด็กมีอุบัติการณ์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหอบหืด โรคจมูกอักเสบจากภาวะภูมิแพ้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็ก ตลอดจนกระทบต่อค่ารักษาพยาบาลในระบบสาธารณสุข วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความชุกของสารก่อภูมิแพ้ในอากาศโดยการทดสอบสะกิดผิวหนังในผู้ป่วยเด็กโรคหอบหืดและโรคจมูกอักเสบจากภาวะภูมิแพ้ และเปรียบเทียบสารก่อภูมิแพ้ในอากาศที่พบภายในบ้าน และสารก่อภูมิแพ้ภายนอกบ้านในเด็กแต่ละช่วงอายุ วิธีการศึกษา การศึกษาแบบย้อนหลัง Retrospective ผลการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ในอากาศโดยการสะกิดผิวหนังในผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ในช่วงเวลา เดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนตุลาคม 2564 ผลการศึกษา จากผู้ป่วยที่รับเข้าการทดสอบสารก่อภูมิแพ้โดยวิธีสะกิดผิวหนังทั้งหมด 118 คน พบเป็นผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภาวะภูมิแพ้มากที่สุดร้อยละ 90.7 พบผู้ป่วยมีปฏิกิริยาให้ผลบวกต่อการทดสอบอย่างน้อย 1 ชนิด 104 คน (ร้อยละ 88.1) สารก่อภูมิแพ้ที่พบมากที่สุด ได้แก่ ไรฝุ่นร้อยละ 82.2 แมลงสาบ ร้อยละ 47.5 ขนสัตว์ร้อยละ 24.6 โดยแบ่งเป็นรังแคแมวร้อยละ 14.4 ขนสุนัขร้อยละ 13.6 หญ้าพงร้อยละ 11 เมื่อแบ่งผลการทดสอบของผู้ป่วยแยกตามโรคหรือกลุ่มอายุพบว่ามีผลบวกต่อไรฝุ่นมากที่สุด สรุป งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาผู้ป่วยเด็กโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจที่รับการทดสอบโดยการสะกิดผิวที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเป็นครั้งแรกพบว่ามีผลบวกต่อไรฝุ่นมากที่สุด การทราบข้อมูลความชุกต่อสารก่อภูมิแพ้ย่อมมีประโยชน์ในการป้องกันและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ