|
การพัฒนาระบบจัดการการดูแลผู้ป่วยที่บ้านในยุคดิจิทัล โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและภาคีเครือข่าย จังหวัดลพบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ญานันท์ ใจอาจหาญ |
| Title | การพัฒนาระบบจัดการการดูแลผู้ป่วยที่บ้านในยุคดิจิทัล โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและภาคีเครือข่าย จังหวัดลพบุรี |
| Publisher | โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 |
| Journal Vol. | 23 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 235-245 |
| Keyword | ระบบจัดการการดูแล, ผู้ป่วยที่บ้าน, การมีส่วนร่วมครอบครัวและภาคีเครือข่าย |
| URL Website | https://thaidj.org/index.php/smj/index |
| Website title | วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 |
| ISSN | ISSN 2774-0579 (Online), ISSN 2821-9201 (Print) |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสบการณ์และความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน พัฒนาระบบการดูแลและผลลัพธ์ของระบบการจัดการการดูแลผู้ป่วยที่บ้านศึกษา และศึกษาผลลัพธ์ของระบบการจัดการการดูแลผู้ป่วย ที่บ้านในยุคดิจิทัล โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและภาคีเครือข่าย จังหวัดลพบุรีวิธีการศึกษา: งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยวิธีการวิจัยและพัฒนาเป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพแบ่งเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1 การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลักคือผู้ดูแลในครอบครัวจำนวน 33 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบโดยทีมสหวิชาชีพจำนวน 33 คนและระยะที่ 3 ศึกษาผลของการใช้ระบบการจัดการการดูแลผู้ป่วยที่บ้านในยุคดิจิทัล โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและภาคีเครือข่าย จังหวัดลพบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยให้ได้รับการดูแลแบบผู้ป่วยในที่บ้านจำนวน 440 คน ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษา: ผลการวิจัยระยะที่ 1 ประสบการณ์และความพร้อมของผู้ดูแล พบว่า ผู้ดูแลปฏิบัติภารกิจที่หลากหลายในกิจวัตรประจำวัน การจัดการปัญหาสุขภาพผู้ป่วย ซึ่งผู้ดูแลรู้สึกดีใจที่ได้ดูแลและตอบแทนบุญคุณ ถึงแม้ว่าจะต้องอดทน เหนื่อยและท้อ โดยรับรู้ว่าตนเองมีปัญหาสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลยังได้รับการสนับสนุนความรู้ ทักษะในการดูแลผู้ป่วยจากพยาบาลในโรงพยาบาลและผ่านระบบ Telemedicine ตลอดจนการสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ โดยมีหน่วยบริการปฐมภูมิดูแลการเยี่ยมบ้าน นอกจากนี้ ยังมีความต้องการให้ญาติพี่น้องและหน่วยงานต่างๆสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดูแลและกำลังใจจากญาติพี่น้อง สำหรับผลการวิจัยระยะที่ 2 ในการพัฒนารูปแบบ ประกอบด้วย 5 มาตรการหลัก คือ 1. ระบบบริการ 2. เพิ่มประสิทธิภาพการบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 3. จัดระบบแพทย์ปฐมภูมิ 4. สร้างความรอบรู้ทางสุขภาพแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแล และ5. การมีส่วนร่วมของครอบครัวและภาคีเครือข่าย และระยะที่ 3 ผลลัพธ์ของระบบการจัดการการดูแลผู้ป่วย ที่บ้าน พบว่ามีระยะเวลาการรักษาเฉลี่ย 5.48 วัน (SD =2.698) มีระบบการติดตามอาการผ่านระบบ Telemedicine ทำให้ประเมินอาการและปรับแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ไม่พบอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้อยละ 100 และมีผู้ป่วยกลับเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพียง 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.68 นอกจากนี้ ยังมีทีมสหสาขาวิชาชีพดูแลร่วมกันทั้งในโรงพยาบาล ร่วมกับหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายชุมชนสำหรับความพึงพอใจภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (‾=9.23,SD 0.57) สรุป: การพัฒนาระบบจัดการการดูแลผู้ป่วยที่บ้านในยุคดิจิทัล โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและภาคีเครือข่าย จังหวัดลพบุรี แสดงประสิทธิผลชัดเจนในการพัฒนาระบบบริการเชิงรุกการดูแลผู้ป่วยที่บ้านเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีศักยภาพในการใช้ทดแทนการดูแลในโรงพยาบาลในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง เพื่อนำสู่ผลลัพธ์ของระบบบริการและประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปคำสำคัญ: ระบบจัดการการดูแล, ผู้ป่วยที่บ้าน, การมีส่วนร่วมครอบครัวและภาคีเครือข่าย |