|
ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้วิตามินและอาหารเสริมในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนไทย: การทบทวนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับแนวโน้มปัจจุบันปัจจัยกำหนดและนัยสำคัญทางสาธารณสุข |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เมธวิน ประพัทธาคิณี |
| Title | ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้วิตามินและอาหารเสริมในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนไทย: การทบทวนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับแนวโน้มปัจจุบันปัจจัยกำหนดและนัยสำคัญทางสาธารณสุข |
| Contributor | อัครนันท์ จรัสวรวรรธน์, เหมรัศมิ์ ปราชญ์นคร, พิมพ์มาดา บุญญาหาร, พลอยธีรา สิริทัตนนท์, พฤษา มะธุระนัตร, รชาภา หาญไกรพงศ์, ศุจิมน มังคลรังษี |
| Publisher | สถาบันราชประชาสมาสัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารสถาบันราชประชาสมาสัย |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 62-75 |
| Keyword | วิตามิน, อาหารเสริม, วัยรุ่น, เยาวชน |
| URL Website | https://he04.tci-thaijo.org/index.php/rpsi |
| Website title | https://he04.tci-thaijo.org/index.php/rpsi |
| ISSN | 3057-0824 |
| Abstract | การใช้วิตามินและอาหารเสริมในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากการตลาดที่มีอิทธิพลและความเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามการขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับในการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ โดยปราศจากคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ อาจทำให้เกิดปัญหาด้านสาธารณสุขในระยะยาว การศึกษาเชิงประจักษ์เกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้วิตามินและอาหารเสริมในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนไทยนี้ เพื่อค้นหาปัจจัยกำหนดที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมนี้ ผลกระทบต่อสุขภาพและประเด็นเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องด้วยวิธีการทบทวนอย่างเป็นระบบตามแนวทาง PRISMA โดยสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ตีพิมพ์ระหว่างปี พ.ศ. 2543 ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2568 โดยคัดเลือกบทความที่มีการประเมินความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้วิตามินและอาหารเสริมในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี และเยาวชนอายุ 20-24 ปี จากนั้นทำการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ผลการศึกษาเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า การใช้วิตามินและอาหารเสริมมากมีแรงจูงใจจากค่านิยมด้านความงามอิทธิพลจากเพื่อน และการตลาด มากกว่าความจำเป็นทางการแพทย์ ความรู้ของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีความหลากหลายมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประโยชน์และความปลอดภัย ทัศนคติโดยรวมเชิงบวกเชื่อว่าส่งผลดีต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่ซื้อด้วยตนเองหรือทางออนไลน์ โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ผลกระทบต่อสุขภาพมีทั้งด้านบวก และความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ส่วนด้านนโยบายพบว่า มีข้อจำกัดด้านการกำกับดูแลการโฆษณาและการดำเนินมาตรการสาธารณสุขที่ตรงกลุ่มเป้าหมายการใช้วิตามินและอาหารเสริมอย่างแพร่หลาย โดยขาดการกำกับดูแลในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนไทยควรเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาการรู้เท่าทันด้านสุขภาพ ควรดำเนินการจัดการให้ความรู้ ควรมีมาตรการดำเนินการในการควบคุมการตลาดที่เข้มงวด เพื่อส่งเสริมการบริโภคอย่างปลอดภัยและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ |