|
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างแบบจำลอง เรื่อง แสงเชิงรังสี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปิยะพงษ์ ดีนุช |
| Title | การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างแบบจำลอง เรื่อง แสงเชิงรังสี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 |
| Contributor | น้ำทิพย์ องอาจวาณิชย์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 191 |
| Keyword | กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน, สถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET, ทักษะการสร้างแบบจำลอง |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2985-0053 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามเกณ์ประสิทธิภาพ 75/75 2) ศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET โดยดำเนินการศึกษาตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 40 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบประเมินความเหมาะสมของกิจกรรมและแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัดทักษะการสร้างแบบจำลอง เรื่อง แสงเชิงรังสี และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน ผลการวิจัย พบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดและมีประสิทธิภาพเท่ากับ 76.56/77.60 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ประสทธิภาพที่กำหนดไว้ 2) นักเรียนมีทักษะการสร้างแบบจำลองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด |