|
บทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พิมพ์ชนก อินยา |
| Title | บทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม |
| Contributor | สุกัญญาณัฐ อบสิณ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | Journal of Interdisciplinary Buddhism |
| Journal Vol. | 4 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | R6842 |
| Keyword | การปกครองท้องที่, บทบาทสตรี, สังคหวัตถุธรรม |
| URL Website | https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij |
| Website title | https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij |
| ISSN | ISSN 2822-1222 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสังคหวัตถุธรรมกับบทบาทสตรีในการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และ 3) เสนอแนวทางในการพัฒนาบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ตามหลักสังคหวัตถุธรรมในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.987 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญโดยเลือกแบบเจาะจง จำนวน 21 รูป/คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า 1) บทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x ̅ = 3.33, S.D. = 0.56) และบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่โดยรวมอยู่ในระดับปานกลางเช่นกัน (x ̅ = 3.39, S.D. = 0.58) 2) หลักสังคหวัตถุธรรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับบทบาทสตรีในการปกครองท้องที่ในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.776**) และ 3) แนวทางในการพัฒนาบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ตามหลักสังคหวัตถุธรรม ประกอบด้วย (1) ด้านทาน ควรส่งเสริมให้สตรีมีจิตสาธารณะ มีความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และบริหารทรัพยากรเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างเป็นธรรม (2) ด้านปิยวาจา ควรพัฒนาทักษะการสื่อสารของสตรีผู้นำให้มีความสุภาพ สร้างสรรค์ รับฟังความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจอันดีภายในชุมชน (3) ด้านอัตถจริยา ควรส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทในการพัฒนาชุมชน ดูแลกลุ่มเปราะบาง รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน รวมทั้งดำเนินงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และ (4) ด้านสมานัตตตา ควรส่งเสริมให้สตรีปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเสมอภาค โปร่งใส ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความสม่ำเสมอ |