|
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการขยายพันธุ์พืช โดยการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อรรถพล คณะพล |
| Title | การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการขยายพันธุ์พืช โดยการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 |
| Contributor | อธิราชย์ นันขันตี, พิจิตรา ธงพานิช |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | Journal of Interdisciplinary Buddhism |
| Journal Vol. | 4 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | R8203 |
| Keyword | การขยายพันธุ์พืช, การจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน |
| URL Website | https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij |
| Website title | https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij |
| ISSN | ISSN 2822-1222 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการขยายพันธุ์พืชของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ตามเกณฑ์เฉลี่ยร้อยละ 80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ3) แบบสอบถามความพึงพอใจ เครื่องมือมีค่าดัชนีความสอดคล้องมากกว่า 0.50 แบบทดสอบมีค่าความยากอยู่ระหว่าง 0.29–0.79 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.25–0.75 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.83 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test แบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์ ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการขยายพันธุ์พืช ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียน โดยการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ มีค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์ร้อยละ 80 ("x" ̅= 81.35, S.D.= 1.80) 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการขยายพันธุ์พืช หลังเรียน โดยการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ("x" ̅ = 4.69, S.D.= 0.10) ผลการวิจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้วิชาการงานอาชีพในรูปแบบอิงสถานที่ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน คือ การเรียนรู้ของนักเรียนจะมีความเชื่อมโยงและมีความหมายต่อการดำรงชีวิตภายใต้บริบทจริงของชุมชนตนเอง เน้นให้นักเรียนได้ใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นพื้นที่หรือห้องปฏิบัติการในการเรียนรู้ เป็นฐานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจด้านโลกศึกษาและพหุวัฒนธรรม ประสบการณ์ตรงและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ จากการศึกษาและสำรวจประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและความเป็นพลเมืองในท้องถิ่น ตระหนักถึงความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง และเห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของโลกโดยรวม |