|
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น ของนิสิตพยาบาล มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กนกพร สุขอนันต์ |
| Title | ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น ของนิสิตพยาบาล มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ |
| Contributor | กิติพงษ์ เรือนเพ็ชร, สุวรัตน์ ธีระสุต, ธีรวัฒน์ พงศ์ภาณุพัฒน์, นิยตา ประสงค์กูล |
| Publisher | สถาบันบำราศนราดูร |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารสถาบันบำราศนราดูร |
| Journal Vol. | 19 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 42-52 |
| Keyword | ความพร้อมในการฝึกปฏิบัติ, การรับรู้สมรรถนะตนเอง, เจตคติต่อวิชาชีพ, readiness in nursing practice, perception of self-efficacy, professional attitudes |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/ |
| Website title | thaijo |
| ISSN | E-ISSN 2673-0375 |
| Abstract | การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สมรรถนะของตนเอง เจตคติต่อวิชาชีพ ความเครียดและความพึงพอใจกับความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น ของนิสิตพยาบาล มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตพยาบาลชั้นปีที่3 จำนวน 142 คนและชั้นปีที่4 จำนวน 9 คน ขึ้นฝึกปฏิบัติวิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ รวมจำนวน 151 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 6 ส่วน คือ ข้อมูลทั่วไป การรับรู้สมรรถนะตนเอง เจตคติต่อวิชาชีพ ความเครียด ความพึงพอใจ และความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สันและสถิติเชิงอนุมานโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า เจตคติต่อวิชาชีพอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนการรับรู้สมรรถนะตนเอง ความพึงพอใจ และความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลของนักศึกษาพยาบาลอยู่ในระดับมากและความเครียดอยู่ในระดับปานกลาง การรับรู้สมรรถนะของตนเอง เจตคติต่อวิชาชีพ ความพึงพอใจ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.000) และด้านความเครียดมี ความสัมพันธ์ทางลบกับความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.955) ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นข้อมูลสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาพยาบาลส่งเสริมนักศึกษาให้มีการรับรู้ความสามารถของตนเองให้มากขึ้น ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนและการจัดประสบการณ์ภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพด้านทักษะพิสัยให้นักศึกษาทุกคนมั่นใจในการปฏิบัติได้ด้วยตนเองเพิ่มมากขึ้น |