|
อิทธิพลของระยะปลูกต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และปริมาณสารแคนนาบิไดออลของกัญชงสายพันธุ์ EHFGP#1, EHFGP#3 และ EHFGP#8 ที่ปลูกในโรงเรือนระบบทำความเย็นแบบระเหยน้ำ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วัชรินทร์ จันทวรรณ์ |
| Title | อิทธิพลของระยะปลูกต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และปริมาณสารแคนนาบิไดออลของกัญชงสายพันธุ์ EHFGP#1, EHFGP#3 และ EHFGP#8 ที่ปลูกในโรงเรือนระบบทำความเย็นแบบระเหยน้ำ |
| Contributor | อรพินธุ์ สฤษดิ์นำ, ศศิมา คเณชาบริรักษ์, เสกสรร สงจันทึก, วินัย วิริยะอลงกรณ์ |
| Publisher | สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | Journal Of Agricultural Research And Extension |
| Journal Vol. | 43 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 29-42 |
| Keyword | สารแคนนาบิไดออล, โรงเรือนระบบทำความเย็นแบบระเหยน้ำ, กัญชง, ระยะปลูก, สายพันธุ์ |
| URL Website | https://li01.tci-thaijo.org/index.php/MJUJN |
| Website title | Journal Of Agricultural Research And Extension |
| ISSN | 2985-0118 (Online) |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของระยะปลูกต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และปริมาณสารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol: CBD) ของกัญชง (Cannabis sativa L.) สายพันธุ์แตกต่างกันที่ปลูกในโรงเรือนระบบทำความเย็นแบบระเหยน้ำ (evaporative cooling system greenhouse) วางแผนการทดลองแบบ 2×3 Factorial in Randomized Complete Block Design จำนวน 5 ซ้ำ ปัจจัย A ระยะปลูก 2 ระยะ ได้แก่ 0.5x1 และ 1x1 เมตร และปัจจัย B เป็นสายพันธุ์กัญชง 3 สายพันธุ์ คือ EHFGP#1, EHFGP#3 และ EHFGP#8 ดำเนินการทดลอง ณ ศูนย์ทดสอบ วิจัยและพัฒนากัญชง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการศึกษาพบปัจจัยที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้ ปัจจัยระยะปลูกมีผลต่อความสูง เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น จำนวนข้อปล้องต่อต้น จำนวนกิ่งต่อต้น ขนาดของช่อดอก นํ้าหนักผลผลิต ดอกสดต่อต้น นํ้าหนักผลผลิตดอกแห้งต่อต้น และปริมาณสารแคนนาบิไดออล ขณะที่ปัจจัยด้านสายพันธุ์มีผลต่อความสูง จำนวนกิ่งต่อต้น และปริมาณสารแคนนาบิไดออล นอกจากนี้ ยังพบว่าอิทธิพลร่วมระหว่างปัจจัยของระยะปลูกและสายพันธุ์มีผลต่อจำนวนข้อปล้องต่อต้น จำนวนกิ่งต่อต้นและปริมาณสารแคนนาบิไดออล การปลูกในระยะชิด (0.5×1 เมตร) สายพันธุ์ EHFGP#3 มีความสูงของต้นมากที่สุด เท่ากับ 226.97 ซม. ขณะที่ การปลูกในระยะห่าง (1×1 เมตร) ส่งผลให้เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (27.58–29.48 มม.) ตลอดจนมีจำนวนข้อปล้องเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 5 ข้อปล้อง และมีจำนวนกิ่งต่อต้นเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 10 กิ่ง ในสายพันธุ์ EHFGP#1 ในขณะที่ ระยะปลูก 0.5x1 เมตร มีจำนวนข้อปล้องและจำนวนกิ่งน้อยที่สุด ส่วนปริมาณผลผลิตพบว่า ระยะปลูกที่กว้าง (1×1 เมตร) ให้ผลผลิตดอกสดต่อต้นเฉลี่ยเท่ากับ 0.71–0.84 กิโลกรัม และน้ำหนักผลผลิตดอกแห้งต่อต้นเท่ากับ 0.15–0.20 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าระยะปลูก 0.5×1 เมตร อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง (p≤0.01) โดยสายพันธุ์ EHFGP#3 ที่ระยะปลูก 1×1 เมตร ให้น้ำหนักผลผลิตดอกแห้งต่อโรงเรือน สูงที่สุด เท่ากับ 20.81 กิโลกรัม พบอิทธิพลร่วมระหว่างสายพันธุ์และระยะปลูกที่มีผลต่อปริมาณสารแคนนาบิไดออล อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง (p≤0.01) โดยสายพันธุ์ EHFGP#1 ที่ระยะปลูก 0.5×1 เมตร มีปริมาณสารแคนนาบิไดออล สูงที่สุด (15.46%) ขณะที่สายพันธุ์ EHFGP#8 มีปริมาณสารแคนนาบิไดออลต่ำที่สุด (10.33–13.48%) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญ นอกจากนี้การปลูกกัญชงในโรงเรือนระบบทำความเย็นแบบระเหย ที่ระยะปลูก 1×1 เมตร ส่งผลให้ได้ผลผลิตดอกต่อต้นสูงที่สุด ขณะที่ ระยะปลูก 0.5×1 เมตร ส่งเสริมการสะสมสารแคนนาบิไดออลสูงกว่า โดยเฉพาะในสายพันธุ์ EHFGP#1 สำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับผลผลิตชีวมวลรวม แนะนำให้ใช้ระยะปลูก 1×1 เมตร ร่วมกับสายพันธุ์ EHFGP#3 ในขณะที่ ระยะปลูก 0.5×1 เมตร ร่วมกับสายพันธุ์ EHFGP#1 มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิตที่มุ่งเน้นปริมาณสารแคนนาบิไดออลสูง |