|
การศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนทางเลือกของประชาชนอายุ 15–60 ปี ในกรุงเทพมหานคร : ข้อเสนอทางนโยบายสาธารณสุข |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ศุจิมน มังคลรังษี |
| Title | การศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนทางเลือกของประชาชนอายุ 15–60 ปี ในกรุงเทพมหานคร : ข้อเสนอทางนโยบายสาธารณสุข |
| Contributor | ตฤรณสร หวังจิรนิรันดร์ |
| Publisher | ชมรมวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 16-29 |
| Keyword | วัคซีน, ความรู้-ทัศนคติ-พฤติกรรม (KAP), วัคซีนทางเลือก, พฤติกรรมการรับวัคซีน, ประชากรกรุงเทพมหานคร |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/appm |
| ISSN | 2774-1036 |
| Abstract | การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนถือเป็นมาตรการด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุดในการลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคติดต่อ แม้ว่าประเทศไทยจะมีโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติที่ให้บริการวัคซีนพื้นฐานฟรีแก่ประชาชน แต่อัตราการรับวัคซีนทางเลือกในกลุ่มประชากรวัยผู้ใหญ่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม (Knowledge, Attitude, Practice: KAP) เกี่ยวกับการรับวัคซีนของประชาชนอายุ 15–60 ปีที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และศึกษาปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมการรับวัคซีน โดยใช้การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 372 คน ได้มาด้วยวิธีการเลือกแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็นชนิดการเลือกตามความสะดวก (Convenience sampling) ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยสูตร Cochran สำหรับประชากรไม่จำกัดจำนวน ได้ขั้นต่ำ 356 คน และตอบกลับจริง 372 คน เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ (IOC ≥ 0.6) และมีค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s Alpha = 0.70 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติเชิงอนุมานโดยการถดถอยพหุคูณเพื่อทำนายพฤติกรรมการรับวัคซีน พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการรับวัคซีนอยู่ในระดับดี โดยปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมการรับวัคซีนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ รายได้ครัวเรือน (β = 0.248, p < .001) ทัศนคติต่อวัคซีน (β = 0.200, p < .001) และความรู้เกี่ยวกับวัคซีน (β = 0.120, p = .034) โมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมได้ร้อยละ 15.2 (R² = .152, F(8, 363) = 8.138, p < .001) ประชาชนวัยผู้ใหญ่ในกรุงเทพมหานครมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมด้านการรับวัคซีนอยู่ในระดับดี โดยรายได้ ทัศนคติ และความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้ารับวัคซีน จึงควรส่งเสริมความรอบรู้ด้านวัคซีน เพิ่มการเข้าถึงวัคซีนทางเลือก และพัฒนามาตรการลดข้อจำกัดด้านเศรษฐศาสตร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนการเข้ารับวัคซีนให้ครอบคลุมและยั่งยืนในระยะยาว |