|
ปริมาณตะกั่วในเลือดของผู้ประกอบอาชีพสัมผัสตะกั่วและผู้อาศัยในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ญาน์นันกมล นภัชโพธิ์ศรี |
| Title | ปริมาณตะกั่วในเลือดของผู้ประกอบอาชีพสัมผัสตะกั่วและผู้อาศัยในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ |
| Contributor | ฐิตาภรณ์ เหลืองวิลัย, ปาริฉัตร องอาจบริรักษ์ |
| Publisher | สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 69-84 |
| Keyword | ปริมาณตะกั่วในเลือด, การสัมผัสตะกั่ว, ผู้ประกอบอาชีพ, ผู้อาศัย |
| URL Website | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ |
| Website title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| ISSN | ISSN 2985 - 1858 (print) ISSN 2985 - 1866 (online) |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปริมาณตะกั่วในเลือดและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับตะกั่วในเลือดของผู้ประกอบอาชีพสัมผัสตะกั่วและผู้อาศัยในพื้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยทำการศึกษาแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสตะกั่ว จำนวน 70 คน และผู้อาศัย จำนวน 69 คน ในพื้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการเก็บตัวอย่างเลือดบริเวณข้อพับแขน และใช้แบบสอบถามเพื่อสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล พฤติกรรมการบริโภค และปัจจัยด้านการทำงาน วิเคราะห์ผลการศึกษาโดยใช้สถิติ Mann–Whitney U test, Kruskal–Wallis test และ Exact testผลการศึกษา พบว่า ค่ามัธยฐานปริมาณตะกั่วในเลือดของกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสัมผัสตะกั่วและผู้อาศัยในพื้นที่เท่ากับ 1.65 และ 0.92 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร ตามลำดับ โดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ผู้ประกอบอาชีพ ร้อยละ 30.0 มีปริมาณตะกั่วในเลือดสูงกว่า 3.0 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร ในขณะที่ผู้อาศัยมีเพียงร้อยละ 8.7 (p=0.002) สำหรับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ ปัจจัยด้านการทำงานที่มีความสัมพันธ์กับการสัมผัสตะกั่วอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ (p=0.018) และลักษณะงานที่ปฏิบัติ (p=0.026) นอกจากนี้ ผู้ที่บริโภคหอยตั้งแต่ 1 วันต่อสัปดาห์ขึ้นไป มีปริมาณตะกั่วในเลือดสูงกว่าผู้ที่บริโภคหอยน้อยกว่า 1 วัน/สัปดาห์ (p=0.019) และในกลุ่มผู้อาศัย ผู้ที่สูบบุหรี่มีปริมาณตะกั่วในเลือดสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบ (p=0.007) การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงระดับตะกั่วในเลือดของผู้ประกอบอาชีพสัมผัสตะกั่วและผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียงมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์การเฝ้าระวัง ดังนั้น ควรมีการเฝ้าระวังการสัมผัสตะกั่วอย่างต่อเนื่องในประชากรกลุ่มเสี่ยง |