|
การพัฒนารูปแบบการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อทักษะการจัดการความเครียด ในการขึ้นฝึกปฏิบัติการพยาบาลจิตเวชของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ฐิตวันต์ หงษ์กิตติยานนท์ |
| Title | การพัฒนารูปแบบการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อทักษะการจัดการความเครียด ในการขึ้นฝึกปฏิบัติการพยาบาลจิตเวชของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ |
| Contributor | บรรจง เจนจัดการ, กัลยพัทย์ นิยมวิทย์, เขมณัฏฐ์ ศรีพรหมภัทร์, ณัฐฐพัชร์ จันทร์ฉาย, สิรินทร เลิศคูพินิจ, ปิยะพงศ์ กู้พงศ์พันธ์ |
| Publisher | คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 199-211 |
| Keyword | การพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเอง, ความเครียด, นักศึกษาพยาบาลศาสตร์, ฝึกปฏิบัติการพยาบาลจิตเวช |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ISSC/index |
| Website title | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ISSC/index |
| ISSN | 2985-248X |
| Abstract | บทนำ: นักศึกษาพยาบาลขึ้นฝึกวิชาปฏิบัติการพยาบาลจิตเวชจะมีความเครียดระดับสูง วัตถุประสงค์ของการวิจัย: เพื่อสร้างรูปแบบและศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อทักษะการจัดการความเครียดในการขึ้นฝึกปฏิบัติการพยาบาลจิตเวชของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นแบบกึ่งทดลองโดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัย ระยะที่ 2 สร้างและทดลองใช้กับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ จำนวน 15 คน ระยะที่ 3 นำโปรแกรมไปใช้และประเมินผลใช้รูปแบบการวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา กลุ่มเป้าหมายเป็น นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ รำไพพรรณี ภาคการศึกษาที่ 2/2566 จำนวน 50 คน เป็นกลุ่มทดลอง 25 คน กลุ่มควบคุม 25 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบทดสอบความรู้ แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตนเอง และแบบวัดพฤติกรรมของทักษะการจัดการความเครียด คุณภาพเครื่องมือผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ตรวจสอบ เนื้อหา ความตรงตามโครงสร้างและตรวจสอบความเที่ยง (Reliability) ของแบบวัดใช้การหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบราค (Cronbach’s alpha co-efficient) มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบราคเท่ากับ 0.82, 0.82 และ 0.84 ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (paired-t-test) ผลการวิจัย: 1) รูปแบบการรับรู้ความสามารถของตนเองที่พัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดการรับรู้ความสามารถของตนเองของ Bandura(1997) ประกอบด้วย การส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง การได้เห็นตัวแบบหรือประสบการณ์จากผู้อื่น การสร้างสัมพันธภาพ เทคนิคกระบวนการกลุ่ม การพูดชักจูงโน้มน้าวด้วยคำพูด การให้กำลังใจ การสร้างแรงจูงใจ การฝึก การให้ความรู้ เรื่องโรคจิตเภท อารมณ์สองขั้ว สารเสพติด สมองติดสารเสพติด การเสริมแรงโดยการชื่นชม ให้รางวัล และนำไปใช้กับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ 8 ครั้ง ละ 3 ชั่วโมง รวมระยะเวลา เข้าโปรแกรม 8 ครั้ง 24 ชั่วโมง 2. ) ประสิทธิผลของการใช้โปรแกรม พบว่า นักศึกษาพยาบาลศาสตร์กลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเอง หลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 นักศึกษาพยาบาลศาสตร์กลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมของทักษะการจัดการความเครียด หลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01และกลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคจิตเภท อารมณ์สองขั้ว สารเสพติด หลังการฝึกอบรมสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สรุป: โปรแกรมการรับรู้ความสามารถของตนเองทำให้นักศึกษาพยาบาลมีทักษะการจัดการความเครียดได้ดีขึ้น |