|
ประสิทธิผลของโปรแกรมตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานของนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | รัชชลิตา วันทาแก่น |
| Title | ประสิทธิผลของโปรแกรมตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานของนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ |
| Contributor | ยุทธนา แยบคาย, จีรภัทร์ รัตนชมภู |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 52 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 511-522 |
| Keyword | ความเชื่อด้านสุขภาพ, เครื่องดื่มที่มีรสหวาน, นักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยกึ่งทดลอง ชนิดสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานของนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 33 คน ใช้การสุ่มหลักสูตรให้เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมด้วยวิธีการจับฉลาก จากนั้นสุ่มเลือกนักศึกษาภายในแต่ละหลักสูตรด้วยวิธีการจับฉลากแบบไม่ใส่คืนจนครบกลุ่มละ 33 คน โดยกลุ่มทดลองเข้าร่วมกิจกรรมตามโปรแกรมตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานของนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ จำนวน 4 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมดำเนินการตามปกติโดยเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนหรือเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนธันวาคม 2567 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Independent samples t-test และ Paired samples t-test ผลการวิจัย พบว่า ก่อนทดลอง ค่าเฉลี่ยความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน (MD=0.06, 95% CI=-0.01-0.12 และ MD=0.06, 95% CI=-0.09-0.21 ตามลำดับ) ส่วนหลังทดลอง ค่าเฉลี่ยความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (MD=2.11, 95% CI=2.01-2.23 และ MD=2.15, 95% CI=1.95-2.36 ตามลำดับ) โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุม นอกจากนี้ ภายในกลุ่มทดลอง ค่าเฉลี่ยความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานหลังทดลองแตกต่างจากก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (MD=−2.08, 95% CI=−2.20-−1.97 และ MD=-2.12, 95% CI=-2.35--1.89 ตามลำดับ) โดยหลังทดลองมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนทดลอง ขณะที่กลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานไม่แตกต่างจากก่อนทดลอง (MD=−0.03, 95% CI=−0.07-0.03 และ MD=−0.03, 95% CI=−0.15-0.10 ตามลำดับ) ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานมีความจำเป็นต้องสร้างความเชื่อด้านสุขภาพที่ถูกต้อง |