|
การศึกษาย้อนหลังการติดเชื้อไวรัสอะดีโนในโรงพยาบาลรามาธิบดี (พ.ศ. 2555-2565): การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงผ่านวิธีการตรวจวินิจฉัย ด้วยการเพิ่มปริมาณกรดนิวคลีอิกในห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กิ่งกาญจน์ รักษ์มณี |
| Title | การศึกษาย้อนหลังการติดเชื้อไวรัสอะดีโนในโรงพยาบาลรามาธิบดี (พ.ศ. 2555-2565): การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงผ่านวิธีการตรวจวินิจฉัย ด้วยการเพิ่มปริมาณกรดนิวคลีอิกในห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยา |
| Contributor | ตรีวัฒน์ วัฒนะโชคชัย, มนัสนันท์ บุญญานุวัตร์, สิรพิชญา พลายแก้ว, ประพันธ์ สุขสุเดช, วอทันยู นครศรี, วุฒิพงษ์ ใจหาญ, พิเชฐ ยุทธนาการวิกรม, ละออ ชัยลือกิจ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 52 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 396-406 |
| Keyword | ไวรัสอะดีโน, การศึกษาข้อมูลย้อนหลัง, โรงพยาบาลรามาธิบดี |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ไวรัสอะดีโนในมนุษย์ (Human Adenovirus: HAdV) เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทุกช่วงอายุ การศึกษาข้อมูลย้อนหลังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ของปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสอะดีโน โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจาก ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2565 จำนวน 46,128 ราย พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 2,348 ราย (ร้อยละ 5.09) ในปี พ.ศ. 2556 พบผู้ติดเชื้อสูงสุดจำนวน 436 ราย (ร้อยละ 9.86) โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี ได้แก่ เด็กวัยเตาะแตะ (ร้อยละ 8.46), เด็กก่อนวัยเรียน (ร้อยละ 9.17) และเด็กวัยเรียน (ร้อยละ 6.11) มีอัตราการติดเชื้อสูงกว่าทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก (ร้อยละ 3.92) จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วย multivariable logistic regression พบว่าเด็กวัยเตาะแตะ (Adjusted OR=2.12, 95% CI=1.74-2.57), เด็กก่อนวัยเรียน (Adjusted OR=2.41, 95% CI=1.95-2.97) และเด็กวัยเรียน (Adjusted OR=1.63, 95% CI=1.26-2.12) มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูงกว่าทารกแรกเกิดและเด็กเล็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตามลำดับ ขณะที่การติดเชื้อระหว่างเพศชายและหญิงไม่มีความแตกต่างกัน ตัวอย่างที่พบเชื้อไวรัสอะดีโนสูงสุดคือน้ำล้างจมูก (Adjusted OR=1.82, 95% CI=1.28-2.59) รองลงมาคือการป้ายคอ (Adjusted OR=1.70, 95% CI=1.25-2.32) การติดเชื้อไวรัสอะดีโนในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สูงกว่าช่วงหลังการแพร่ระบาดอย่างงมีนัยสำคัญทางสถิติถึง 1.93 เท่า (Adjusted OR=1.93, 95% CI=1.52-2.44) จากผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอะดีโนในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น |