|
ผลของโปรแกรมการนับคาร์บต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ธนัทภัทร ศรีอุดร |
| Title | ผลของโปรแกรมการนับคาร์บต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ |
| Contributor | จารุพร พรมศิริเดช, ปิยนุช ชนะพันธ์, รัชนีกร เพ็ญศิริเจริญสกุล |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 51 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 567-580 |
| Keyword | โปรแกรมการนับคาร์บ, ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด, เข้าสู่ระยะสงบ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลองเพื่อเปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และการควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดของผู้ป่วยที่สามารถเข้าสู่ระยะสงบในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการนับคาร์บเป็นระยะเวลา 14 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด 6.5-10.0% ของโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 88 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 44 คน และกลุ่มควบคุม 44 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองได้แก่ โปรแกรมการนับคาร์บ คำนวณค่าความตรงของเนื้อหาเท่ากับ 1.00 และแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด คำนวณค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.89 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.81 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ paired sample t-test, independent t-test, Wilcoxon signed ranks test, Mann-Whitney U test, and McNemar test ผลการวิจัยพบว่า (1) กลุ่มทดลองหลังเข้าร่วมโปรแกรมการนับคาร์บมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมการนับคาร์บอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05, 95% CI=-19.01-16.85) และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05, 95% CI=9.13-11.65) (2) กลุ่มทดลองหลังเข้าร่วมโปรแกรมการนับคาร์บมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมการนับคาร์บอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และ (3) กลุ่มทดลองหลังเข้าร่วมโปรแกรมการนับคาร์บมีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดที่สามารถเข้าสู่ระยะสงบสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมการนับคาร์บอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยมีสัดส่วนเท่ากับร้อยละ 72.73 จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการนับคาร์บสามารถนำมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้สามารถเข้าสู่ระยะสงบโดยไม่ต้องใช้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ |