|
ปัญหาอุปสรรคของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุรีรัตน์ เถื่อนชัย |
| Title | ปัญหาอุปสรรคของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง |
| Publisher | คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา |
| Journal Vol. | 17 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 267-313 |
| Keyword | กฎหมายปกครอง, กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง, ปัญหาและอุปสรรค, Administrative Law, Judicial Process, Problems and Obstacles |
| URL Website | https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru/ |
| Website title | วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา |
| ISSN | 2673 - 0073 |
| Abstract | บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษา วิเคราะห์ระบบศาล และวิธีพิจารณาคดีปกครองในเบื้องต้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง 2. เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายที่สูงเกินสมควรตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มาตรา 68 ประกอบมาตรา 258 ที่บัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ผลการศึกษา พบว่า การดำเนินงานของศาลปกครองอาจมีปัญหาบางประการที่สมควรแก้ไขปรับปรุงใน 3 ประเด็น คือ 1. ประเด็นเกี่ยวกับเขตอำนาจศาล เช่น กรณีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจของศาลปกครองในการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองที่มีการฟ้องโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจเป็นประเด็นปัญหาเกี่ยวพันในเรื่องสิทธิในที่ดิน 2. ประเด็นปัญหาเรื่องโครงสร้างศาลปกครอง กล่าวคือ ศาลปกครองไทยแบ่งออกเป็นสองชั้นศาล คือ ศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุด เมื่อมีข้อพิพาททางปกครองเข้าสู่ศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจคำพิพากษาหรือคำสั่งคดีปกครองของศาลชั้นต้น ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นไปยังศาลปกครองสูงสุด ซึ่งอาจเป็นเหตุให้คดีปกครองส่วนใหญ่ไปค้างการพิจารณาพิพากษาอยู่ในศาลปกครองสูงสุด และ 3. ประเด็นปัญหาการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดีปกครอง เนื่องจากคดีปกครองเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจมีความไม่เท่าเทียมกันประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในคดีปกครอง อันอาจเป็นอุปสรรคของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง จึงมีข้อเสนอแนะว่า 1. เรื่องเขตอำนาจศาล ควรนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุด เพื่อพิจารณาให้ศาลปกครองสามารถพิจารณาวินิจฉัยถึงความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีปัญหาเกี่ยวกันกับกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ 2. เรื่องโครงสร้างศาลปกครอง โดยมีสองแนวทาง คือ แนวทางที่หนึ่งกรณีการจัดตั้งศาลปกครองชั้นอุทธรณ์ ควรปรับโครงสร้างศาลปกครองของไทยให้มีศาลปกครองชั้นอุทธรณ์ โดยแก้ไขพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แนวทางที่สองกรณีไม่จัดตั้งศาลปกครองชั้นอุทธรณ์ เห็นควรแก้ไขปรับปรุงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการก้าวสู่ตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยให้ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นสามารถขึ้นดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้สามารถมีอัตรากำลังตุลาการศาลปกครองสูงสุดให้เหมาะสมกับปริมาณคดีปกครองที่เพิ่มขึ้น 3. การช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดีปกครอง โดยแก้ไขระเบียบของที่ประชุมใหญ่ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 โดยเพิ่มช่องทางให้ประชาชนผู้ไม่รู้กฎหมายมหาชน หรือผู้มีฐานะยากจนที่มีข้อพิพาททางคดีปกครองให้ได้รับการช่วยเหลือตามสมควรโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลปกครอง ขอให้จัดหาทนายความขอแรงหรือทนายอาสาหรือผู้มีความรู้ทางกฎหมายมหาชน เข้ามาช่วยดำเนินการร่างฟ้องและดำเนินคดีแทนให้ โดยให้รัฐเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสมควร |