ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์เชิงอำนาจไทย-ลาว และมูลเหตุแห่งวิกฤติทางศิลปวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ 4
รหัสดีโอไอ
Creator เชาวน์มนัส ประภักดี
Title ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์เชิงอำนาจไทย-ลาว และมูลเหตุแห่งวิกฤติทางศิลปวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ 4
Publisher คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
Publication Year 2558
Journal Title วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
Journal Vol. 9
Journal No. 1
Page no. 75-101
Keyword Lao Art and Cultural, Lao-Politic Goverment, Migration, Thai-International Relationship-Lao, การย้ายถิ่น, ลาว-การเมืองการปกครอง, ศิลปวัฒนธรรมลาว, ไทย-ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ-ลาว
URL Website http://human.bsru.ac.th/search/sites/default/files/files/varasan%20HU5.pdf
Website title วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ISSN 2673-0073
Abstract บทความนี้มุ่งศึกษาประเด็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจไทย-ลาว ในประวัติศาสตร์และมูลเหตุแห่งวิกฤติทางศิลปวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งจากการศึกษาพบว่าประเด็นเรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจไทย-ลาว เกิดขึ้นจาก 1) การแย่งชิงดินแดนและการขยายอำนาจเข้าสู่ดินแดนอื่น 2) การต่อต้านนโยบายการปกครองจากศูนย์กลางอาณาจักรสยาม และ 3) จิตสำนึกในการรวบรวมชาติให้กลับคืนมาอีกครั้งจากราชวงศ์เวียงจันทน์ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการต่อต้าน ขัดขืนต่ออำนาจและนโยบายการปกครองของอาณาจักรสยามจากการศึกษาพบว่า ประเด็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจดังกล่าวข้างต้น เป็นต้น เหตุของการอพยพเคลื่อนย้ายผู้คนชาวลาวมายังสยาม การอพยพเคลื่อนย้ายเข้ามาของคนเชื้อสายลาวได้เข้ามาพร้อมกับศิลปวัฒนธรรมของลาว โดยเฉพาะ "แอ่วลาว เป่าแคน" เป็นที่ยอมรับและนิยมชมชอบอย่างยิ่งของชาวไทย ทั้งในระดับประชาชนทั่วไปจนถึงระดับราชวงศ์แห่งสถาบันกษัตริย์ จนกระทั่งเกิดวิกฤติทางศิลปวัฒนธรรมการละเล่นในกิจกรรมต่างๆ ของสยาม ในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงทรงมีพระบรมราชโองการประกาศห้ามมิให้มีการละเล่นศิลปวัฒนธรรมของชนชาวลาวในกิจกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวสยามอีกต่อไป
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ