|
การพัฒนาระบบเสริมพลังการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL) บนฐานกรอบการเรียนรู้ MIAP เพื่อยกระดับสมรรถนะการสอนของครูอาชีวศึกษา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พรรษชล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา |
| Title | การพัฒนาระบบเสริมพลังการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL) บนฐานกรอบการเรียนรู้ MIAP เพื่อยกระดับสมรรถนะการสอนของครูอาชีวศึกษา |
| Contributor | อิสริยา วรพิพัฒน์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารวิจัยประยุกต์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ |
| Journal Vol. | 4 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 61-76 |
| Keyword | ระบบเสริมพลังการสอน, สมรรถนะการสอน, การเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา, การสอนภาษาอังกฤษในอาชีวศึกษา, โมเดล MIAP |
| URL Website | https://so07.tci-thaijo.org/index.php/arj |
| ISSN | 2985-1122 |
| Abstract | การขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการในบริบทอาชีวศึกษาไทยนั้น มีความท้าทาย และยังขาดโครงสร้างกลางที่ช่วยเชื่อมโยงนโยบายด้านการสอนสองภาษากับการปฏิบัติจริงในห้องเรียน งานวิจัยสถาบันฉบับนี้จึงมุ่งพัฒนา ระบบเสริมพลังการสอน (SBAC Teaching Empowerment System หรือ STES) เพื่ออุดช่องว่างดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม งานวิจัยสถาบันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาระบบเสริมพลังการสอน STES ที่บูรณาการแนวคิด Content and Language Integrated Learning หรือ CLIL เข้ากับโมเดล MIAP (Motivation, Information, Application และ Progress) เพื่อเป็นโครงสร้างกลางช่วยครูอาชีวศึกษาออกแบบการสอน และ (2) ศึกษาประสิทธิผลของระบบต่อสมรรถนะการสอน กลุ่มตัวอย่างคือครูอาชีวศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ (SBAC) จำนวน 36 คน ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย (1) STES ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Google Workspace และเชื่อมต่อกับ GPT-based prompts เพื่อสนับสนุนการแปลงข้อมูลนำเข้าของครูให้เป็นแผนการสอน สื่อ และกิจกรรมที่สอดคล้องกับกรอบ CLIL–MIAP (2) แบบสังเกตและประเมินสมรรถนะการสอนสำหรับการนิเทศการสอนจริง ครอบคลุม 4 ด้าน และ (3) แบบสอบถามความพึงพอใจของครู ระดับมาตราส่วน 5 ระดับ ครอบคลุม 3 ด้าน (Appropriateness, Convenience, Perceived Value) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบความแตกต่างก่อนและหลังด้วยสถิติ t-test สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กันผลการวิจัยพบว่า STES ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถทำหน้าที่เป็นโครงสร้างกลางในการสนับสนุนครูอาชีวศึกษาในการแปลงข้อมูลนำเข้าด้านการสอนให้เป็นแผนการสอน สื่อ และกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับกรอบการจัดการเรียนรู้แบบ CLIL และ MIAP ได้อย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับบริบทการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาไทย โดยพบว่าสมรรถนะการสอนของครูอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการใช้ระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยคะแนนนิเทศการสอน มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 69.64 เป็น 88.48 (p < .001) ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิผลของระบบในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ และสนับสนุนว่าระบบสามารถทำหน้าที่เป็นโครงสร้างกลางในการสนับสนุนการทำงานของครูอาชีวศึกษา รวมทั้งเอื้อต่อการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนสองภาษาในบริบทอาชีวศึกษาได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ผลลัพธ์ยังชี้ให้เห็นว่า STES ช่วยยกระดับสมรรถนะการสอน ได้รับการยอมรับเชิงบวกจากผู้ใช้ระบบ และสามารถทำหน้าที่เป็นกรอบปฏิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบการสอน การจัดการเรียนการสอน ไปจนถึงการประเมินผล เติมเต็มช่องว่างเชิงระบบที่งานก่อนหน้าอาจไม่ครอบคลุม และมีศักยภาพในการขยายผลเพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางของอาชีวศึกษาไทยต่อไป |